”จาวหยางไล่ตามติดเขาตลอดทาง และอยากรู้ว่าเรือนของเขาอาศัยอยู่ที่ไหนและเรือนของเขาเป็นอย่างไรแต่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล ฉินหรูเหลียงก็หยุดเดิน หันหลังแล้วผลักนางไปที่กำแพง จาวหยางหายใจเข้าลึกๆ และหัวใจเต้นแรงเมื่อมองดูเขาที่กำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆแต่ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “กระหม่อมไม่ชอบผู้หญิงที่โง่เขลา โดยเฉพาะอย่างองค์หญิง”จาวหยางมองดูฉินหรูเหลียงเดินออกไป และทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าได้สูดเอาก้อนหิมะเข้าไป เพราะเย็นเข้าไปถึงในหัวใจเขาไม่ชอบตัวเอง นางคงรู้สึกได้ ราวกับว่าเขาได้รู้แล้วว่า นางชอบเขาอย่างไรอย่างนั้นแต่นิสัยของจาวหยางเป็นแบบนี้ แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองเศร้า กลับว่าควรจะพยายามกว่านี้ไม่ดีกว่าหรือ โชคดีที่นางยังมีพี่ชายที่เป็นพระสวามีในต้าฉู่ และพี่สะใภ้ที่เป็นถึงจักรพรรดินีแห่งต้าฉู่จักรพรรดินีทรงออกคำสั่ง และขอให้ฉินหรูเหลียงพาจาวหยางได้เดินเล่นรอบเมืองหลวงในช่วงสองสามวันนี้ ฉินหรูเหลียงต้องเดินเคียงข้างจาวหยางทุกวัน779
ดูเหมือนว่าฉินหรูเหลียงจะมีเพียงช่วงกลางหนึ่งคืนที่ปลดภาระที่หนักหน่วงนี้ได้ และเขาจะไม่ไปพระราชวังทุกคืนเหมือนเมื่อก่อน เพียงเพื่อให้ไปเฝ้าคนในใจคนนั้นให้นอนหลับสบายตลอดทั้งคืนเขาแทบจะไม่เคยไปที่พระราชวังเพื่อปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้องทำในฐานะท่านแม่ทัพทันทีที่ตกกลางคืน เขาเกือบจะมีจิตใจที่หงอยเหงาเศร้าซึม ราวกับว่าเขาสูญเสียคุณค่าที่สำ