เมื่อลงมาจากราชสำนักเร็ว เฉินเสียนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร นางเดินไปรอบๆในห้องตำราหลวง แล้วบอกว่าควรซ่อมแซมตำหนักไท่เหอให้ดีๆ ต่อมานางรู้สึกว่าตำหนักไท่เหอมีขนาดเล็กเกินไป และวางแผนที่จะสร้างวังอีกแห่งเพื่อต้อนรับซูเจ๋อกลับมาในเวลานั้นเฮ่อโยวและเฉินเสียนกำลังยืนอยู่ในห้องตำราหลวง ก็ได้มองดูเฉินเสียนอย่างเมามัน แลกเปลี่ยนสายตากัน พวกเขาทั้งสองยิ้มอย่างอบอุ่นซูเซี่ยนกล่าวว่า “เสด็จแม่ ไม่ต้องรีบร้อน ยังมีเวลา สามารถฝากให้ท่านลุงเหอไปเตรียมพร้อมให้ได้”เฉินเสียนเคาะศีรษะของนาง และเดินไปหาเฮ่อโยว “ท่านมองข้า ขณะนี้ไม่มีสมาธิ โดยลืมไปว่าท่านได้ช่วยข้าเตรียมสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด คราวนี้นางต้องเตรียมตัวให้ดี ถ้าเกิดไม่แน่ใจ ท่านต้องมาถามข้าว่าหมายถึงอะไร เข้าใจหรือไม่?”เฮ่อโยวตอบด้วยรอยยิ้ม “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง”หลังจากที่เฮ่อโยวออกไปแล้ว เฉินเสียนก็มากอดซูเซี่ยนทันที ซูเซี่ยนอยู่บนไหล่ของนาง และถูกนางกอดหมุนไปหลายรอบซูเซี่ยนพูดเบาๆ “เสด็จแม่ ท่านไม่เวียนศีรษะหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนถึงได้ปล่อยเขาลง แล้วพูดว่า “เวียนศีรษะนิดหน่อยจ๊ะ”สองแม่ลูกชายต่างหัวเราะให้กัน ในขณะที่หัวเราะด้วยรอยยิ้มนั้น เฉินเสียนได้กอดซูเซี่ยน รอบดวงตาเริ่มแสบแล้วก็ร้องไห้740
ซูเซี่ยนจึงคล้อยตามแผ่นหลังของนาง ที่ขอบตาของตัวเองเต็มไปด้วยนํ้าตาแต่ปากก็เปลอบโยนอย่างอบอุ่น “ไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจหรือพ่ะย