นิ้วมืออันอบอุ่นสัมผัสลงมาบนลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ลูบไล้อยู่ตรงนั้นอย่างอ่อนโยน ซูเจ๋อยิ้มอย่างไร้พิษภัยและกล่าวว่า “เมื่อคืนห้ามใจไว้ไม่ไหวจึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ ท่านโปรดอดทนหน่อยนะ”นัยน์ตาของเฉินเสียนวาววับ เธอเม้มปากและกล่าวว่า “ท่านยังจะพูดอีก”หลังจากนั้นเฉินเสียนจึงปล่อยผมลงมาบังลำคอไว้ตลอดทั้งวัน ตราบใดที่ไม่เคลื่อนไหวมากเกินไปก็จะไม่มีใครเห็นง่ายๆเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเช้า เฉินเสียนก็นึกขึ้นได้และถามซูเซี่ยนว่า“เฮ่อโยวกับเหลียนชิงโจวมาหรือยังลูก ได้บอกหรือเปล่าว่าวันนี้จะออกเดินทางตอนไหน”ซูเซี่ยนกินโจ๊กหนึ่งคำแล้วเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมอง จากนั้นจึงตอบว่า “เมื่อคืนพวกเขาเมาหัวรานํ้า ตอนนี้น่าจะยังไม่ตื่น”เฉินเสียน “…” เฮ่อโยวน่ะไม่แปลกอะไร แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนทำให้เหลียนชิงโจวเมาได้ด้วยแต่ถึงจะไม่ถูกมอมจนเมา ทั้งสองคนก็ต้องแสร้งทำเป็นเมาอยู่ดี ไม่อย่างนั้นต่อให้พวกเขาบอกหรือไม่บอกให้เฉินเสียนกับซูเซี่ยนออกเดินทาง พวกเขาก็ลำบากทั้งขึ้นทั้งล่องถ้าบอกให้ออกเดินทางก็จะไม่ดีสำหรับซูเจ๋อ แต่ถ้าไม่บอกก็จะขัดต่อคุณธรรมอันดีของขุนนางดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือการแกล้งทำเป็นเมาและไม่รับรู้อะไรเลย685
ซูเซี่ยนกล่าวว่า “ที่ลุงเฮ่อกับลุงเหลียนทำก็เพื่องานราชการ ถ้ายังไม่สร่างเมาแล้วขึ้นเรือจะเมาเรือได้ง่ายๆ ปล่อยให้พวกเขาพักผ่อนก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ รอจนพลบคํ่าแล้วเราค่อยออกเดินทาง”ถึงแม้จ