ะเป็นการออกเรือในทะเล แต่ถ้าท้องฟ้ายามคํ่าคืนปลอดโปร่งการออกเรือก็ย่อมทำได้เฉินเสียนพยักหน้าและบอกว่า “กลับไปแล้วต้องส่งซุปแก้เมาค้างไปให้เสียหน่อย”ซูเจ๋อถามอย่างไตร่ตรองว่า “วันนี้ท่านวางแผนจะทำอะไรหรือเปล่า”เฉินเสียนคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบว่า “ยังไม่มีนะ”“ร่างกายยังไหวใช่หรือไม่ ข้าจะพาท่านไปเดินเล่น”เฉินเสียนแทบจะกัดฟันตอบ “แน่ละสิ ข้าไม่มีทางแข็งแรงไปมากกว่านี้อีกแล้ว!”หลังจากนั้นนางกำนัลก็เข้ามาในเรือนและบอกว่าหมอผีกำลังรอให้ซูเจ๋อกลับไปตรวจร่างกาย ซูเจ๋อจึงกลับไปก่อนและจะกลับมาอีกครั้งเพื่อมารับเฉินเสียนออกไปจากราชนิเวศน์ซูเจ๋อยังจำเป็นต้องกินยาหม้อที่เขาควรจะกิน เขาหยิบถ้วยยาขึ้นมาดื่มจนหมดภายในรวดเดียวราวกับดื่มนํ้าเปล่า จากนั้นจึงวางถ้วยลงในถาดและบอกกับหมอหลวงว่า “เร็วนิดหนึ่งได้ไหม ข้ารีบ”หมอผีเอ่ยว่า “ท่านอ๋องรีบเพราะมีนัดกับจักรพรรดิต้าฉู่หรือพ่ะย่ะค่ะ”ซูเจ๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ เขาเหลือบมองหมอผีนิดหนึ่งแต่ไม่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่686
ปกติหมอผีมีหน้าที่คอยดูแลสุขภาพร่างกายของซูเจ๋อ ดังนั้นทั้งสองคนจึงค่อนข้างสนิทสนมกันหมอผียิ้มและกล่าวว่า “ท่านอ๋องอย่าหาว่ากระหม่อมพูดมากเลยนะพ่ะย่ะค่ะเรื่องของพวกท่านสองคน ตอนนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วทั้งพระราชนิเวศน์แล้ว เกรงว่าแค่วันสองวันข่าวก็คงจะแพร่ไปถึงในเมืองชิงไห่”ถึงอย่างไรก็ยากที่จะห้ามลมปากคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ