มืออีกข้างประคองเอวของเธอขึ้นมา สองเท้าของเฉินเสียนจึงห่างจากพื้นในชั่วพริบตา เวลาเดียวกันเธอยังรับรู้ได้ถึงความแข็งอันเร่าร้อนที่พร้อมจะบุกได้ทุกเมื่อเธออ้าปากคล้ายกับหัวใจกระดอนติดอยู่ที่คอจนพูดไม่ได้ซูเจ๋อดึงเธอมาทับตัวเองอย่างแนบแน่นไปพลาง กล่าวไปพลาง “แต่ข้าได้ยินว่าระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ท่านกับเขารักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก? ท่านกับเขานอนเตียงเดียวกัน เขาช่วยปัดเป่าความเหงาทิ้ง?”เฉินเสียนกล่าวด้วยความตื่นตระหนก “ใครบอกท่าน?” ยังไม่ทันสิ้นเสียงนํ้าเสียงเจือความสั่นคลอน เธอกล่าวด้วยเสียงอู้อี้ “วู่” หนึ่งคำความเผ็ดร้อนนั้นสัมผัสที่ขาของเธอ หากเขาขยับกายเล็กน้อยก็จะสามารถรุกลํ้าเข้าไปได้แล้วทันใดนั้นเฉินเสียนรู้สึกตื่นตกใจยิ่งนัก ทว่าเธอไม่มีพื้นที่ให้ถอยหลังแล้วดวงตาแดงกํ่าที่เปียกชื้นมองซูเจ๋อ สองมือดันหน้าบนไหล่ของเขาเพื่อพยุงร่างกายไม่ให้ลื่นไหลลง“ซูเจ๋อ……อย่า……”“ยังไม่ได้เตรียมตัวหรือ?” เขาถามเธอด้วยเสียงแหบพร่า “แต่ร่างกายท่านก็มีอารมณ์ร่วมแล้ว เปียกมากไม่ใช่หรือ”665
เธอมีอารมณ์ร่วมตั้งนานแล้ว ตอนที่ซูเจ๋อกอดจูบเธออย่างเผ็ดร้อนที่กำแพงวัง เธอก็ถลำสู่ห้วงอารมณ์นี้แล้วหรืออาจจะเป็นก่อนหน้านั้น ตอนที่สวมกอดเขาด้วยความถวิลหาหน้าโรงละคร ไม่เพียงแต่ซูเจ๋อเกิดแรงพิสศวาทเท่านั้น ร่างกายเธอเองก็ปรารถนาอย่างแรงกล้าเช่นกันหลายปีมานี้ เฉินเสียนรู้ดีว่าไม่มีบุรุษใดสามารถปลุกเร้าอารมณ์เธอ