ยังคงรอให้เธอตอบแต่เธอยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด เย่ซวิ่นก็เดินเตร่ออกมาจากข้างในห้อง เป็นคำตอบให้กับซูเจ๋อแล้วเขาไม่ได้สวมชุดคลุมด้านนอก และชุดก็ไม่เรียบร้อยเหมือนกันกับเฉินเสียนเขาเดินมาหยุดข้างกายเฉินเสียน เอื้อมมือมาโอเธออย่างกล้าหาญ ก่อนที่เธอจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา ก็ได้ถือโอกาสปล่อยออกก่อนแล้วแต่แค่การโอบกอด ก็คล้ายดั่งแสดงอย่างเปิดเผยว่ามีอะไรบางอย่างเฉินเสียนที่อยู่ตรงหน้าซูเจ๋อเวลานี้ ไม่ใช่เฉินเสียนที่เหี้ยมโหดเหมือนอย่างในห้องเมื่อครู่นี้ ประมาณว่าเธอเหมือนกันกับเย่ซวิ่นคือวิตกกังวลกับผลได้ผลเสียของตนเอง แต่เธอก็ไม่เหมือนกับเย่ซวิ่นอีก ตรงที่เย่ซวิ่นกล้าหาญไม่ประหม่า แต่ทว่าตอนที่เธออยู่ต่อหน้าซูเจ๋อกลับประหม่าภายในห้องจะมีความระเการะกะจากการต่อสู้ที่ไหนกัน เก้าอี้ที่ล้มลงเย่ซวิ่นได้ประคองตั้งขึ้นแล้ว อีกทั้งเขายืนอยู่หน้าประตูห้องกับเฉินเสียน ขวางกั้นสภาพการณ์ในห้องมากกว่าครึ่ง เหลือเพียงมุมโต๊ะกับราวแขวนผ้า ด้านบนยับยู่ยี่มาก ราวกับว่าทั้งสองกระจายชุดลงมาเย่ซวิ่นกล่าวยั่วยุซูเจ๋อว่า “ท่านอ๋องรุ่ยมาไม่ถูกเวลาเสียจริง ยากที่วันนี้องค์รัชทายาทจะไม่อยู่ ข้ายังคิดว่าจะสามารถทำให้องค์จักรพรรดินีคลายความเหงาเปล่าเปลี่ยวได้”ซูเจ๋อจ้องมองเฉินเสียนอย่างลึกซึ้งโดยตลอด กล่าวอย่างราบเรียบว่า “อย่างนั้นหรือ พูดอย่างนี้ก็คือข้ารบกวนพวกท่าน ตอนนี้ต้องการให้ข้าออกไป แล้วพวกท่านจะทำอย่าง