วามหอมของเหล้า เป็นความรู้สึกที่พูดอธิบายออกมาไม่ได้ คล้ายดั่งมีรสชาติอารมณ์ทะลวงเข้าไปในสัมผัสทั้งห้าของเธอมือที่อยู่ใต้โต๊ะยืนออกมาทันใดนั้นได้จับที่มือของเฉินเสียนไว้ เธอหลบหลีกไม่ทัน ถูกคุมกดไว้บนหัวเข่าของตนเองเฉินเสียนเม้มริมฝีปาก ออกแรงดิ้นรนอยู่ใต้โต๊ะ ดิ้นรนสะบัดไม่หลุด เขากลับกอบกุมแน่นขึ้น แต่ทว่าใบหน้านิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเฉินเสียนกล่าวเสียงทุ้มตํ่าว่า “ท่านอ๋องรุ่ยกรุณาระมัดระวังการกระทำของตนเองด้วย”ซูเจ๋อกล่าวว่า “อืม ข้าทำไม่เป็น ท่านสอนข้าหน่อยสิ”เฉินเสียนก็เลยใช้มืออีกหนึ่งข้างของเธอเอื้อมเข้าไปใต้โต๊ะ ทั้งสองมือออกแรง พยายามที่จะหลุดจากเขาผลสรุปมือของทั้งสองคนที่อยู่ใต้โต๊ะต่างฝ่ายต่างต่อต้านกันขึ้นมา ต่อสู้กันอย่างลับๆ อาหารที่อยู่บนโต๊ะมีเสียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้ดึงดูดความสนใจของคนหมู่มาก598
ต่อมาเฉินเสียนเห็นเขาพัวพันตอแยไม่หยุด รู้หากว่าหากไม่แข็งแกร่งสักหน่อยนั้นก็หลุดออกจากเขาไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้เลยเอาจริงเอาจัง มือสลับกันไปมา อยู่ในขอบเขตบริเวณโต๊ะเล็ก มีการใช้ฝ่ามือกำปั้นเกิดขึ้นน่าขบขันนะ ชายผู้นี้ สูญเสียความทรงจำก็สูญเสียไปแล้ว แต่ทว่าฝีมือการต่อสู้ไม่ได้เลือนหายแรงกำลังและการเคลื่อนไหวบนมือของเขา หยุดยั้งเธอได้ทุกที่เห็นอาหารบนโต๊ะยิ่งมีการสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ค่อยๆดึงดูดสายตาของผู้คนบนท้องพระโรง มองการเคลื่อนไหวบริเวณโต๊ะที