ข้าวังมาด้วยอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นอกจากงานเลี้ยงครั้งล่าสุดนี้ นอกเหนือจากการที่เธอได้รับปากบางอย่างกับองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยแล้ว ก็ไม่เคยที่จะเข้าใกล้คนเหล่านี้อีกเลยในตอนแรกเฉินเสียนคิดว่าอีกวันสองวันหลังจากที่พาคนเหล่านี้กลับไปยังราชอาณาจักรต้าฉู่แล้ว เจอกันอย่างไร ก็แยกย้ายกันอย่างนั้น เพียงแค่พวกเขา539
ประพฤติตนเหมาะสมและปฏิบัติตนอย่างสงบเสงี่ยม โดยที่ไม่ก่อความโกลาหลและความวุ่นวายใดๆ ก็ถือว่าเฉินเสียนพอได้โล่งใจสักหน่อยแต่ดูแล้วบรรยากาศในคํ่าคืนนี้ ไม่ใช่คํ่าคืนที่เงียบสงบอย่างแน่นอนเฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “เจ้าอย่าคิดว่ามาเป็นหัวโจกนำขบวนแล้วจะสามารถฉกฉวยผลประโยชน์จากความชุลมุนวุ่นวายนี้ได้ พวกเขาไม่ใช่คนในวังหลังของข้าพวกกลอุบายที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน ทางที่ดีควรจะเพลาๆ เสียหน่อย ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะเหมือนกับพวกเจ้า เจ้าเป็นถึงองค์ชายหกแห่งราชอาณาจักรเย่เหลียง การถูกเจ้ายุโยงแค่เดี๋ยวเดียวสำคัญกว่า หรือชะตาชีวิตของพวกเขาสำคัญกว่า พวกเขาจะไตร่ตรองและชั่งนํ้าหนักเองได้”คำพูดประโยคนี้ไม่ได้เสียงดังหรือเสียงเบาจนเกินไป แต่เพียงพอที่จะทำให้คนในลานสวนได้ยินชัดเจนกันถ้วนหน้า สีหน้าพวกเขาจึงเปลี่ยนไปชั่วขณะในทันทีเป็นจริงดังที่ว่า พวกเขานั้นเทียบไม่ได้กับเย่ซวิ่น หากพวกเขาได้ล่วงเกินองค์จักรพรรดินีเข้า ก็อาจจะโดนกุดหัวได้ทุกเมื่อเฉินเสียนยืนอยู่บนขั้นบันได