ตุการณ์ที่ทำให้เธอมีความสุขนั้นไม่ได้อยู่ในช่วงแรก แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหากซูเซี่ยนเดินเข้าออกที่ลานสวนอยู่หลายรอบ ทุกครั้งที่เขาเดินเข้าออกนั้น เขามักจะเห็นเฉินเสียนนั่งเคาะหัวของตัวเองอยู่เสมอ เขาจึงพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่เข้มขรึมว่า : “หยุดเคาะได้แล้ว เรื่องที่นึกไม่ออก ต่อให้เคาะจนหัวแตก ก็คิดไม่ออกอยู่ดี”เฉินเสียนหรี่ตาลง เธอมองไปยังซูเซี่ยนด้วยสายตาที่โศกเศร้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “แต่แม่รู้สึกอยู่ตลอดเวลา ว่าตัวแม่นั้นได้ลืมเรื่องที่สำคัญที่สุดไป”ใกล้ช่วงเที่ยง ซูเจ๋อมาหาเฉินเสียนที่ลานสวน เห็นเธอนั่งอยู่ที่ระเบียงทางเดิน แสงแดดค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นมายังระเบียงทางเดิน วาดยํ้ารูปร่างและลายเส้นของกระเบื้องหลังคา ส่องแสงสว่างไปยังชายกระโปรงของเธอเขายืนอยู่ใต้ต้นไม้มองดูอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยเอ่ยขึ้นว่า : “สร่างเมาแล้วหรือ?”เฉินเสียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอลุกขึ้นอย่างรีบร้อนพร้อมกับหมุนตัวแล้วเดินตรงไปที่ห้องทันที“กลัวข้าขนาดนี้เชียวหรือ?” ซูเจ๋อเดินเข้ามาในลานบ้านด้วยท่าทีที่สบายใจเฉินเสียนจึงตอบกลับไปว่า : “ข้าจะเข้าไปเปลี่ยนชุด”ซูเซี่ยนที่อยู่ข้างๆ จึงได้เตือนเธอว่า : “เมื่อเช้าท่านแม่เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไม่ต้องเป็นกังวลไป ไม่ได้ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เรียบร้อยหรอก”529