ขาข้างหนึ่งของเฉินเสียนเหยียบเข้าไปในห้องแล้ว ส่วนขาอีกข้างยังอยู่ตรงนอกประตู หันกลับไปมองหน้าซูเซี่ยนด้วยสีหน้าที่ทั้งอึ้งและค้าง เด็กคนนี้นี่ เป็นพยาธิในท้องเธอรึไงกันนะ รู้สิ่งที่เธอคิดในใจได้ยังไงกันที่น่าตลกก็คือ ห้วงเวลาที่เธอเห็นซูเจ๋อนั้น ในใจของเธอเป็นกังวลเรื่องภาพลักษณ์ภายนอกของเธอจริงๆ เสียด้วย……จากนั้นเธอก็ชักเท้ากลับ หันมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองเห็นซูเจ๋อที่ยืนอยู่ภายใต้แสงแดดนั่น สีผิวที่ถูกแสงของแดดขับจนสว่างนวลไปทั้งร่างกาย ทั้งตัวของเขานั้นราวกับว่าไร้ซึ่งที่ติก็ไม่ปานเขาหรี่ดวงตาที่ลุ่มลึกและดำสนิทดุจนํ้าหมึกนั้นลง ราวกับว่ามุมตาที่เรียวยาวของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นเฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “ท่านมาอีกทำไม?”“ใกล้จะเที่ยงแล้ว ข้ามาทานมื้อเที่ยง”ซูเซี่ยนลุกขึ้นจากขอบระเบียงทางเดินอย่างรู้เรื่อง เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวน้อยของตัวเอง พร้อมกับเดินออกไปอย่างใจเย็น พลางพูดขึ้นว่า : “ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมอาหาร”ครั้งนี้ซูเซี่ยนไปนานกว่าปกติ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่กลับมาเฉินเสียนรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก เหมือนตัวเองทำอะไรผิดมายังไงอย่างงั้น แต่เมื่อนึกๆ ดูแล้ว เธอกลับรู้สึกว่าอาการลนลานทำตัวไม่ถูกเช่นนี้ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่เมื่อวานนี้เธอได้พูดชัดเจนไปแล้วว่าจะเป็นการนัดพบครั้งสุดท้ายและวันนี้จะเป็นการบอกลาอย่างเป็นทางการ530
เมื่อเฉินเสียนนึกถึงเรื