่องที่จะต้องบอกลาซูเจ๋อ ในใจของเธอก็หนักอึ้งขึ้นมาทันที รู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาเช้าขนาดนี้ เขามาสายกว่านี้ก็ได้นี่ จะมาวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ก็ยังได้ แม้จะมาบอกลาในวันที่เธอจะจากไปก็ไม่เห็นเป็นไรนัดพบอย่างผ่อนคลายเพียงหนึ่งครั้ง แต่กลับส่งผลกระทบกับเธอไม่น้อย เธอรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าตัวเธอนั้นไม่อาจจะทำใจได้เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า : “ท่านมาทานมื้อเที่ยง ต้องการจะทานมื้ออำลากับข้าหรืออย่างไรกัน?”ซูเจ๋อหรี่ตาลง จ้องมองไปยังเธอพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เรื่องเมื่อคืนนี้ จำไม่ได้แล้วหรือ?”เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา จู่ๆ ก็รู้สึกบีบหัวใจขึ้นมา มีเรื่องที่สำคัญเกิดขึ้นจริงๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาจะใช้สายตาอย่างนี้ได้อย่างไรกัน?มีบางอย่างแล่นผ่านหัวของเธอ เธออ้าปากพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “จำได้สิ ข้าจะลืมได้อย่างไรกัน!”ซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นสูง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไหนลองพูดมาสิ จำอะไรได้บ้าง”“แน่นอนว่าข้าต้องจำได้สิ เราไปทานมื้อดึกด้วยกันไง!”“หลังจากนั้นล่ะ”หลังจากนั้น……หลังจากนั้นเธอก็ลืมไปหมดแล้วเฉินเสียนพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า : “ท่านจะถามอะไรมากมาย เมื่อคืนนี้ท่านเองก็อยู่ด้วยแท้ๆ รู้แล้วยังจะแสร้งถามอีก”ซูเจ๋อจ้องตรงมายังดวงตาของเธอ พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่เรียบเฉยว่า : “เมื่อคืนนี้ คนเจ้านํ้าตาที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของข้า ใช่ท่านหรือเปล่า?”531
เมื่อเฉินเสีย