ะอาทิตย์ขึ้นจากระดับนํ้าทะเล จู่ๆ ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกสีส่องประกายระยิบระยับทัศนียภาพนั้นสวยและงดงามมาก488
ผู้คนที่ทำงานทั้งในและนอกเรือ ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดมือลง เพื่อเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่สวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะลุผ่านท้องฟ้ามาซูเจ๋อลดเปลือกตาที่แคบและเรียวยาว รูม่านตาลึก และถูกดับลงด้วยแสงตะวันยามรุ่งอรุณสีทองจางๆ แต่รูม่านตาของเขาดำลึกราวกับหมึก และไม่ว่าแสงจะสว่างแค่ไหนก็ไม่สามารถส่องประกายในดวงตาของเขาได้เฉินเสียนถามโดยไม่หันมองเขา “ท่านจะมาทำอะไรอีก”“ได้ยินมาว่าท่านกำลังจะไป” ซูเจ๋อพูด “ข้ามาส่งท่าน”เฉินเสียนกล่าวว่า “ต่อไปภูเขาสูงหนทางที่ยาวไกล เกรงว่าต่อไปคงจะไม่ได้พบกันอีก”“จริงหรือ”ขณะนี้ เหลียนชิงโจวได้เดินลงมาจากบนเรือน และตรงไปข้างหน้าเฉินเสียนสีหน้าจริงจังกล่าวว่า “ฝ่าบาท คนในกองทหารเรือไม่ทราบว่าเป็นอะไร บอกว่าตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนจนถึงรุ่งเช้า ได้อาเจียนท้องเสียจนถึงตอนนี้ยังไม่หยุดเลยพ่ะย่ะค่ะ วันนี้เกรงว่าคงจะไม่สามารถออกเดินทางได้”เฉินเสียนขมดคิ้ว ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”กองทหารเรือคือผู้คุมหางเรือ ผู้บังคับทิศทาง ผู้มองทิศทางลม ต่างมีประสบการณ์มากที่สุด หากไม่มีพวกเขา เรือก็ไม่สามารถออกสู่ทะเลได้ซูเจ๋อที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว งั้นตามหมอมาตรวจอาการ ดูว่าเป็นเพราะไม่ชินกับดินฟ้าอากาศหรือไม่”ด้วยเหตุนี้ ซูเจ๋อจึงขอให