ขาค่อยๆ ขยับเคลื่อนลงมาจากข้อมือของเฉินเสียนจนกระทั่งสัมผัสกับมือของเธอเฉินเสียนหดนิ้วของตัวเองกลับโดยอัตโนมัติ ทว่าเธอช้าไปหนึ่งก้าว สุดท้ายก็ถูกนิ้วของเขาเกี่ยวกักไว้ไม่ยอมปล่อย จนในที่สุดสิบนิ้วก็ประสานกันไว้แน่นสัมผัสและอุณหภูมิจากฝ่ามือของเขาซึมซาบเข้ามาบนฝ่ามือของเธอและซึมลึกเข้าไปถึงจิตใจ เฉินเสียนที่อยู่เยื้องไปทางด้านหลังเงยหน้ามองแผ่นหลังของซูเจ๋อ หัวใจของเธอสั่นไหวด้วยเจ็บปวด ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้ม “ต่อหน้าธารกำนัลกลางวันแสกๆ ท่านจูงข้าไปตามถนนเช่นนี้ ไม่กลัวว่าคนอื่นจะเอาไปนินทาหรืออย่างไร”ซูเจ๋อเหมือนจะหัวเราะออกมาและบอกอย่างไม่ใส่ใจว่า “ทำลงไปแล้ว จะกลัวอะไรกับคำพูดคนอื่น”จนถึงตอนนี้ยังมีอะไรให้ต้องพะว้าพะวังหรือหลบเลี่ยงอีก เขาอยากให้ทุกคนเห็นจะแย่ว่าเขารักที่จะจูงผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน“ท่านจะพาข้าไปไหน”“ไม่ได้บอกแล้วหรือว่าจะพาท่านเดินดูให้ทั่ว”ภายใต้แขนเสื้อนั้น เฉินเสียนพยายามต่อต้านมือของซูเจ๋ออยู่เงียบๆ แต่เขาไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยเลยสักนิด ในใจของเธอทั้งกลัดกลุ้มและขมขื่น ความหวานชื่นที่เธอเคยเรียกร้องในอดีตกลับกำลังแสดงออกมาภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้475
เฉินเสียนไม่อาจสงบจิตสงบใจได้เหมือนเขา แม้ว่าเธอจะผ่านประสบการณ์และขัดเกลาตัวเองมามากมาย ถึงแม้จะฝึกฝนจิตใจจนสงบเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเจ๋อ สุดท้ายแล้วสติของเธอก็ยังกระเจิดกระเจิงได้อยู่ดีซูเจ๋อ