เดินผ่านร้านขายเครื่องประดับ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพาเฉินเสียนเดินเข้าไปเฉินเสียนขืนตัวและบอกว่า “ข้าไม่ดูเครื่องประดับ”ซูเจ๋อที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดหันหน้ามามอง สายตาอันลุ่มลึกหยุดมองบนใบหน้าของเธอ เมื่อเห็นกกหูที่กลายเป็นสีแดงเขาจึงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวว่า“ข้าอยากดู ได้ไหม?”“ถ้าอยากดูท่านก็เข้าไปสิ” เฉินเสียนเอ่ยอย่างขัดใจ พร้อมกันนั้นก็ละสายตาออกมา หลีกเลี่ยงที่จะสบตากับเขาแต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซูเจ๋อต้องลากเธอเข้าไปด้วยแน่นอน ซูเจ๋อหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาดูหลายต่อหลายอันเมื่อเข้ามาในร้านในขณะนั้นเฉินเสียนกำลังนั่งเหม่ออยู่หน้ากระจกทองแดง เธอกำลังจะลุกขึ้นแต่กลับถูกมือหนึ่งกดลงบนไหล่ให้นั่งลงตามเดิมเธอมองผ่านกระจกทองแดงและเห็นรางๆ ว่าซูเจ๋อยืนอยู่ข้างหลังเธอ มีปิ่นปักผมอันหนึ่งติดอยู่บนนิ้วที่ขาวสะอาดนั้น จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ปักปิ่นนั้นลงมาบนผมของเธอเฉินเสียนตั้งสติไม่ได้ซูเจ๋อโน้มตัวลงมาช้าๆ ขยับเข้ามาใกล้ลำคอของเธอ มองลึกเข้าไปในดวงตาฉํ่านํ้าผ่านกระจกทองแดง476
กลิ่นไม้กฤษณาจางๆ ทำให้เฉินเสียนหายใจติดขัด เธอรีบก้มหน้าลงให้ห่างจากเขา พร้อมกันนั้นก็เอื้อมมือไปสัมผัสปิ่นปักผมและเอ่ยอย่างขบขันว่า “ท่านคิดจะมอบปิ่นปักผมให้ข้าหรือ”เธอกลัวจริงๆ ว่าตนเองจะทนไม่ไหวและเผลอตัวเข้าใกล้เขาซูเจ๋อถามว่า “ให้ไม่ได้หรือ” เมื่อเห็นว่าเฉินเสียนจะหยิบมันออก เขาจึงพูดอีกว่า “ข้าจ่ายเงินไปแล้ว