ม่นํ้าหยางชุนแห่งนั้นก็เหมือนกับชายทะเลในตอนนี้ เป็นที่ที่ใครๆ ก็มาได้และเธอกับเขาก็ไม่ต่างจากอะไรจากชาวบ้านทั่วๆ ไปเลยตอนนั้นเฉินเสียนรู้สึกว่าซูเจ๋อแตกต่างจากคนอื่น เขาเดินเข้าออกตลาดได้โดยไม่สนใจใคร มีความเรียบง่ายแต่คงไว้ซึ่งความสง่างาม ไม่ใช่แค่เพียงผิวเผินแต่ลึกซึ้งเข้าไปถึงจิตใจยังคงเป็นเหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้เมื่อเฉินเสียนไม่ตอบ ซูเจ๋อจึงพูดขึ้นมาอีกว่า “ถ้าไม่ชอบ งั้นข้าจะพาท่านไปที่อื่น”ยังไม่ทันขยับตัว เฉินเสียนก็คว้าชายเสื้อของเขาไว้และปล่อยแทบจะทันที“ในเมื่อท่านพาข้ามาแล้ว จะคาดเดาไม่ถูกได้อย่างไรว่าข้าชอบหรือไม่ชอบ ท่านเป็นคนประเภทที่ไม่ตระเตรียมอะไรล่วงหน้าหรืออย่างไร”ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพาเธอไปกินบะหมี่ถงซิน แม้แต่เหรียญที่พกไปเขายังคำนวณไว้พอดิบพอดีซูเจ๋อกล่าวว่า “ข้าจำรสชาติอาหารที่ท่านชอบไม่ได้ แต่แค่อยากพาท่านมาลองชิมอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ซึ่งท่านอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้”478
เฉินเสียนพยักหน้าและบอกว่า “ก็จริง… ท่านจำอะไรไม่ได้เลย”“แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำไม่ได้ตลอดไป” ซูเจ๋อเอ่ยเบาๆ ราวกับจะปลอบเธอ “หมอผีบอกว่า สักวันหนึ่งความทรงจำของข้าอาจจะค่อยๆ กลับคืนมา”ในตอนนั้นเอง ปูทะเลที่เพิ่งนึ่งสดๆ ร้อนๆ ก็ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะ แต่ละตัวทั้งใหญ่ทั้งอ้วนพี ทว่ากระดองนั้นแหลมคม ดูแล้วเหมือนจะไม่มีทางลงมือกินได้เลยซูเจ๋อทำความสะอาดมือและหยิบปูขึ้นมาตัวหนึ่ง เฉินเสียนมองดูนิ