นนอกที่มีศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างต้าฉู่และเย่เหลียงเกรงว่านับตั้งแต่นี้ต่อไปความไม่สงบก็จะเพิ่มขึ้นสินะ”องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยโมโหอยู่ภายในใจ แล้วกล่าวด้วยความเดือดดาลว่า “นี่เจ้าต้องการแก้แค้นข้า เพื่อหญิงผู้นั้น?เจ้าอย่าลืมล่ะ เมื่อสมัยนั้นผู้ใดช่วยชีวิตเจ้ามาจากความตาย!”411
ซูเจ๋อหลุบตาขึ้นมองพระองค์ ในแววตาเล็กเรียวยาวนั่นซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด ไร้อารมณ์และความสั่นไหว กล่าวอย่างเรียบเฉยขึ้นว่า “เมื่อสมัยอายุยังน้อยตอนที่ปรารถนาให้พระองค์มาช่วยพวกเรา ตั้งแต่ต้นจนจบสุดท้ายพระองค์ก็ไม่มา ต่อมาไม่ปรารถนาแล้ว แต่ทว่าพระองค์มา ในไม่กี่ปีนี้ แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่ แต่น้อยที่จะรู้สึกว่ายังมีชีวิตอยู่”คำพูดของซูเจ๋อทำให้องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้สึกหนักหน่วงใจ นานถึงได้กล่าวขึ้นว่า “วันนี้เจ้าโทษว่าข้าขับไล่นางใช่หรือไม่?นางทำร้ายเจ้าจนเป็นเยี่ยงนี้แล้วหรือว่าภายใจของข้ามิได้เจ็บปวดหรือ ข้าหวังดีกับเจ้านะ”“นางทำร้ายข้าจนเป็นเยี่ยงนี้?”ซูเจ๋อหรี่ตามองแล้วยิ้มพักหนึ่ง “หากว่าพระองค์ไม่กลั่นแกล้งนาง ทำให้นางอับอาย ก็ไม่มีผลที่ตามมาเยี่ยงนี้หรอกนะตอนนี้มานึกถึงเรื่องเหล่านั้น ใจของกระหม่อมรู้สึกไม่สบายใจมาโดยตลอด”องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกล่าวว่า “เจ้าอย่าลืมล่ะ เจ้าคือพระราชบุตรของเป่ยเซี่ย บนบ่าของเจ้าแบกเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเป่ยเซี่ย และตลอดชีวิตไม่ใช่การที่ถูกหญิงนางหนึ่งก่อกวนไม่หยุด!”