ากจะเชื่อสายตาว่าเธอคือคนที่ก่อเรื่องในพระราชวังเมื่อคืนนี้ เธอต้องลาจากอ๋องรุ่ย แต่นางกลับไม่พบร่องรอยของความผิดหวังเลยแม้แต่น้อย นางหันไปมองกองทหาร374
องครักษ์ในชุดสีดำซึ่งมีฉินหรูเหลียงเป็นผู้นำ แต่ละคนมีสีหน้าเรียบเฉยและดูตื่นตัวในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาฉินหรูเหลียงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อสายตาที่จ้องมองมาขององค์หญิงจาวหยางเขาเมินเฉยโดยสิ้นเชิงองค์หญิงจาวหยางอดไม่ได้ที่จะท้อใจและรู้สึกอาลัยอาวรณ์เฉินเสียนเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรนางก็รู้สึกว่าตนเองกับจักรพรรดินีผู้นี้เข้ากันได้ดี จึงเอ่ยอย่างเศร้าใจว่า “หากมีโอกาส ข้าขอไปเยี่ยมเยียนพวกท่านที่ต้าฉู่ได้หรือไม่”เฉินเสียนก้มมองนาง แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกายแวววาวมองแล้วเย็นตา พร้อมกันนั้นก็น่าเกรงขาม เธอบอกว่า “ข้ายินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง”อ๋องมู่ก้าวออกมาข้างหน้าและกล่าวว่า “ขอองค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ทรงเดินทางอย่างปลอดภัย” เขาถอนหายใจและกล่าวอีกว่า “เดิมทีข้าอยากจะช่วยแต่ไม่คิดว่าสุดท้ายจะลงเอยเช่นนี้”“ท่านอ๋องมู่อย่าได้โทษตัวเองเลย ข้ามาที่นี่และพยายามทำอย่างเต็มที่แล้วไม่ได้คิดว่านี่เป็นการเดินทางที่เปล่าประโยชน์แต่อย่างใด” เฉินเสียนประสานมือคารวะ “ท่านอ๋อง หวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีก”อ๋องมู่กล่าวว่า “หากหลังจากนี้เกิดอะไรขึ้นกับอ๋องรุ่ย ข้าจะส่งสาสน์ไปแจ้งข่าวให้พระองค์ทราบ”เฉินเสียนยิ้ม “ท่านอ๋องช่างมีนํ้าใ