้สภาพร่างกายของตนเองบีบบังคับให้พระองค์ยอมจำนน ซูเจ๋อรู้ว่าพระองค์ไม่มีทางยอมใจอ่อนต่อเฉินเสียน แต่พระองค์ไม่มีทางใจแข็งต่อโอรสของตนเองเป็นแน่ทว่าน่าเสียดาย หากในตอนนั้นซูเจ๋ออดทนได้นานกว่านี้อีกเพียงสักนิด… ในอนาคต ซูเจ๋อมักจะนึกเสียดายเสมอเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคํ่าคืนนี้… หากเขาทนได้นานกว่านี้อีกสักนิด จักรพรรดิเป่ยเซี่ยจะต้องยอมประนีประนอมอย่างแน่นอนแต่ในท้ายที่สุดก่อนที่จักรพรรดิเป่ยเซี่ยจะเอ่ยปากประนีประนอม ซูเจ๋อก็ทนไม่ไหวเขาหลับตาลงและนอนซบลงบนไหล่ของเฉินเสียนฝนหยุดแล้ว เสียงสายฝนที่หยดลงมาบนร่มกระดาษไขก็หยุดลงด้วย บริเวณโดยรอบเงียบสงัด เมื่อเฉินเสียนเรียกชื่อของซูเจ๋อในยามคํ่าคืน เสียงกรีดร้องอันแหบแห้งของเธอทำให้ผู้คนตื่นตระหนกร่มตกลงมาบนพื้นข้างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยนํ้าฝนเจิ่งนองจักรพรรดิเป่ยเซี่ยรับสั่งให้คนมาแยกเธอออกจากซูเจ๋อ เธอเฝ้ามองซูเจ๋อถูกส่งตัวไป ตอนนี้ไม่มีเวลาพาเขากลับไปที่จวนอ๋องรุ่ยแล้ว จักรพรรดิเป่ยเซี่ยจึงรับสั่งให้คนพาซูเจ๋อไปที่ห้องบรรทมของพระองค์ หยุดพักอยู่ที่โถงด้านข้างเพื่อจัดเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อย ในเวลาเดียวกันนั้น หมอหลวงซึ่งประจำการอยู่ที่สำนักหมอหลวงในคืนนี้รวมทั้งหมอผีที่เคยรักษาอาการป่วยให้ซูเจ๋อก่อนหน้านี้ก็ถูกจักรพรรดิเรียกมาที่โถงด้านข้างห้องบรรทมทันทีเฉินเสียนฝืนยืนขึ้นมาทั้งที่ขายังชาจนไร้ความรู้สึกเพราะอยากจะเดินตามเข้าไป จักรพรรดิเป