แสงลง จ้องมองจักรพรรดิเป่ยเซี่ยด้วยสายตาที่เย็นชาซูเจ๋อกล่าวว่า “นางเป็นคนที่ข้าถูกใจ พระองค์ลองลงมือกับนางดูสิ”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยชะงักงัน “เจ้า…”เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นและมองเขาอย่างตกตะลึงซูเจ๋อคิดว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยคงไม่คิดลงมือกับเฉินเสียนอีก ดังนั้นเขาจึงค่อยๆ ปล่อยมือและเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่แข็งกระด้างว่า “พระองค์เป็นบิดาของข้าแต่ข้าก็ยังไม่เคยคุกเข่าให้พระองค์ การที่นางคุกเข่าให้พระองค์ได้เช่นนี้นับเป็นวาสนาของพระองค์แล้ว ในเมื่อพระองค์ยังไม่เคยปฏิบัติต่อนางอย่างห่วงใยใน350
ฐานะพระราชนัดดา พระองค์ก็ไม่มีสิทธิ์อ้างตัวเป็นพระอัยกาทำให้นางต้องอับอาย”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยอึดอัดพระทัยและพูดอะไรไม่ออกจักรพรรดิเป่ยเซี่ยมีอำนาจ แต่พระองค์กลับทำอะไรซูเจ๋อไม่ได้ แม้ว่าพ่อลูกจะรู้จักกันแล้ว แต่ซูเจ๋อไม่ได้มีความรักความผูกพันกับพระองค์ในฐานะพ่อลูกเขาปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเย็นชา ไม่เว้นแม้กระทั่งพระองค์ความเย็นชาและเฉยเมยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะนั่นคือธรรมชาติของซูเจ๋อแต่มันยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ในตอนที่เขายังเยาว์วัย เฉพาะกับคนที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างห่วงใยเท่านั้น ที่เขาจะยอมทุ่มเทให้โดยไม่ลังเลจักรพรรดิเป่ยเซี่ยตระหนักได้ว่า ไม่ว่าเขาจะจำเรื่องในอดีตได้หรือไม่ เขาจะปฏิบัติต่อสตรีผู้นี้เช่นเดิมเสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเฉินเสียนพันธนาการเขาไว้และสลักตนเองไว้ในจิตวิญญาณของเขาจักรพรรดิเป่ยเซี่ยผิ