ดหวังเป็นอย่างมาก พระองค์ตรัสว่า “เป็นไปได้หรือที่ข้าพยายามทุ่มเทให้เจ้าอย่างสุดหัวใจแต่ข้าก็ยังเทียบนางไม่ได้!”เฉินเสียนหัวเราะ เธอหัวเราะราวกับมีความสุขทว่ากลับดูเศร้าระทม พอหัวเราะออกมานํ้าตาก็พาลไหล กลายเป็นร้องไห้ไปหัวเราะไปเหมือนเด็กที่รู้สึกน้อยใจในความไม่ยุติธรรมซูเจ๋อโน้มศีรษะลงมาและมองเธอ ปลอบโยนเธออย่างนุ่มนวล “ข้าอยู่นี่แล้วท่านจะร้องไห้เป็นทุกข์อยู่ทำไม”ความอ่อนโยนและความเอาใจใส่ที่ซูเจ๋อมีต่อเธอทำให้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้สึกระคายพระเนตรเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยปฏิบัติต่อพระองค์อย่างใจดีเช่นนี้เลย351
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยส่งเสียงในลำคออย่างเย็นชา จากนั้นจึงสะบัดแขนเสื้อและกลับเข้าไปยังห้องตำราหลวงอย่างไม่พอพระทัยเฉินเสียนเห็นสายฝนโปรยปรายลงมาบนไหล่ข้างหนึ่งของซูเจ๋อ เธอขยับขาอยากจะลุกขึ้นผลักร่มไปทางเขา ทว่าขาทั้งสองข้างชาจนไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆและไม่รู้ว่าเป็นนํ้าฝนหรือนํ้าตากันแน่ที่ไหลลงมาจากเบ้าตาไม่หยุด เธอเอ่ยปนสะอื้นว่า “ท่านไม่ต้องสนใจข้า ถึงอย่างไรข้าก็เปียกแล้ว ท่านกางร่มให้ตัวเองเถิด”ซูเจ๋อย่อตัวลงมาอีกและซุกตัวอิงแอบกับเฉินเสียนอย่างแนบชิด กางร่มบังพวกเขาทั้งคู่เอาไว้และกล่าวว่า “เท่านี้ก็บังมิดทั้งท่านและข้าแล้ว”เฉินเสียนเพิ่งจะรับรู้ถึงความหนาวเย็นที่เย็นเยียบไปถึงกระดูกในตอนนั้นนั่นเองเมื่อครู่นี้ที่ฝนกระหนํ่าลงมาเธอไม่รู้สึกหนาวเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ฝนซาแล้วเพร