ท่านอ๋องมู่กับองค์หญิงจาวหยางเห็นภาพตรงหน้าพลันรีบเข้าไปดึง กล่าวห้ามปรามว่า “ฝ่าบาททรงระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ เสียงดังเช่นนี้จะรบกวนการพักผ่อนของท่านอ๋องรุ่ยนะพ่ะย่ะค่ะ”ภายในห้อง ซูเจ๋อยังคงนอนอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ริมหน้าต่างตลอด พลางมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างด้วยใบหน้าเรียบเฉยตอนแรกด้านนอกจะเสวนาโดยคำนึงถึงเขาเป็นหลัก ต่อมาก็ไม่ได้ใส่ใจโดยสิ้นเชิง ทุกถ้อยคำส่งเข้ามายังหู ซึ่งทำให้เขารู้สึกตะลึงเพียงเล็กน้อย ไม่มีใครเดาออกว่าเขากำลังคิดเช่นไรอยู่แสงพระอาทิตย์ส่องผ่านต้นไม้มาสะท้อนอยู่ใบหน้าเขาเลือนรางจนยิ่งดูซีดเซียวหลานเอ๋อร์กลับรู้สึกร้อนรนประหนึ่งมดที่วิ่งวนอยู่ในหม้อนํ้าเดือด นางกล่าวว่า “ท่านอ๋องเพคะ ออกไปดูเสียหน่อยไหมเพคะ ด้านนอกเสียงดังมากเพคะ”ซูเจ๋อละสายตากลับมา มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ถ้อยคำของหลานเอ๋อร์ส่งผลให้เขาอยากพ่◌ุงทะยานออกไปดึงตัวเฉินเสียนไว้ด้านหลัง เพื่อปกป้องเธอเธอยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะพาเขาไปให้ได้ จึงขัดแย้งกับจักรพรรดิเป่ยเซี่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้เขาจะไปกับเธอที่เป่ยเซี่ยไหม? เดิมทีซูเจ๋อคิดจะปฏิเสธ ทว่ายามนี้กลับลังเลขึ้นมาซูเจ๋อถามหลานเอ๋อร์กะทันหัน “เจ้ารู้ไหมว่านางชื่ออะไร?”316
หลานเอ๋อร์กล่าว “ท่านอ๋องถามถึงจักรพรรดินีต้าฉู่หรือเพคะ?” นางส่ายหัว“อันนี้บ่าวไม่รู้เพคะ”ซูเจ๋อหยุดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “แล้วยามที่ข้าวาดภาพนาง เจ้าเคยได้ยินข้า