เรียกนางว่าอย่างไร?”หลานเอ๋อร์ใคร่ครวญพลันฉุกคิดได้ว่า “ท่านอ๋องคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเรียกนางว่าอาเสียนเพคะ”“อาเสียน”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยที่อยู่ด้านนอกได้ยินท่านอ๋องมู่บอกว่าจะรบกวนการพักผ่อนของซูเจ๋อ จึงข่มกลั้นเพลิงโทสะอย่างฝืนทน ส่วนเฉินเสียนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่หลบหลีก ยืนตรงแบบไม่ไหวติง กระทั่งยามจักรพรรดิเป่ยเซี่ยง้างมือจะตบก็ยังไม่กะพริบตาสักคราวในขณะที่มือของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจะไปถึงเป้าหมาย เธอก็ละทิ้งความดุร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย กลายเป็นการวิงวอนที่เสียงแหบพร่าและแผ่วเบา “ข้ารักเขา ท่านมอบเขาให้แก่ข้าได้หรือไม่?”ท่านอ๋องมู่ตะลึงพรึงเพริดร่างกายจักรพรรดิเป่ยเซี่ยสั่นเทิ้ม แววตาแปรเปลี่ยนกะทันหัน จ้องเฉินเสียนพร้อมกับกล่าวว่า “เมื่อครู่ท่านพูดกระไรนะ?”เฉินเสียนกล่าวอีกว่า “ข้ารักเขา”เธอกล่าวอย่างไม่หวาดหวั่น ยืนอกผายไหล่ผึ่งอย่างคนเที่ยงตรงมากคุณธรรมเสียงนี้ส่งลอดประตูเข้ามาถึงหูซูเจ๋อ ทำให้นิ้วมือของเขาสั่นระริก317
องค์หญิงจาวหยางกับหลานเอ๋อร์ที่เป็นสตรีเพศด้วยกันงงเป็นไก่ตาแตก เหตุเนื่องจากไม่มีผู้ใดมีความกล้าหาญเช่นเฉินเสียน ไม่เพียงแต่จะแย่งคนกับจักรพรรดิเป่ยเซี่ย ทั้งยังลั่นวาจาเช่นนี้อีกสตรีเพศจะขวยเขินในการเอ่ยปากพูดถึงเรื่องรักๆใคร่ๆ ทำเยี่ยงนี้จะทำให้คนอื่นมองว่าไร้ศักดิ์ศรี ไม่รักนวลสงวนตัวทว่ายามที่เฉินเสียนกล่าวเช่นนี้ องค์หญิงจาวหยางกับหลานเอ๋อร์กลับไม่ร