ู้สึกว่าเธอไม่สำรวมกิริยาเลยสักนิด ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้เธอเป็นฝ่ายแสดงท่าทีต่อซูเจ๋อก่อน ไม่เคยสำรวมเลย ทั้งยังผ่าเผยตรงไปตรงมาอย่างไม่คิดอ้อมค้อมทว่าท่านอ๋องมู่กลับรู้สึกฉุนเฉียวจักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่เคยรับรู้ความรักระหว่างซูเจ๋อกับเฉินเสียนเลย ทุกเรื่องราวที่รู้ล้วนรับฟังจากการเล่าของท่านอ๋องมู่อย่างเดียว ดังนั้นจักรพรรดิเป่ยเซี่ยคิดว่าสาเหตุที่ซูเจ๋อรั้งอยู่ในแคว้นต้าฉู่เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณเท่านั้นและความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เป็นแค่ราชากับขุนนางเท่านั้น หรือหากใกล้ชิดอีกหน่อยก็คือเป็นความสัมพันธ์ของอาจารย์กับลูกศิษย์เท่านั้นจักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้สึกว่าเฉินเสียนกับซูเจ๋อเติบโตมาด้วยกัน ทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุข คอยคํ้าจุนซึ่งกันและกัน หากมีความผูกพันกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกกระไรถึงกระนั้นก็ไม่เคยคาดคิดว่าเฉินเสียนจะรู้สึกรักใคร่ฉันชู้สาวกับซูเจ๋อจักรพรรดิเป่ยเซี่ยกลับใจเย็น กล่าวกับเฉินเสียนทีละถ้อยคำ “หากเรียกตามอาวุโสในเครือญาติ ข้าคือเสด็จตาของเจ้า เช่นนี้เจ้าก็ต้องเรียกเขาว่าเสด็จน้า เขามีศักดิ์เป็นเสด็จน้าของเจ้า เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังพูดกระไรอยู่?”เฉินเสียนกล่าว “แต่ท่านรู้ดี ข้าไม่เคยเห็นท่านเป็นเสด็จตาบุญธรรม ท่านเองก็ไม่เคยเห็นข้าเป็นหลานสาวบุญธรรมเช่นกัน”318
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกล่าวอย่างเย็นเยียบ “ไม่ว่าข้าจะใช้ฐานะจักรพรรดิเป่ยเซี่ยหรือฐานะบิดาซูเจ๋อ ข้าล้วนไม่อนุญาตให้เรื่