องผิดทำนองคลองธรรมเกิดขึ้น ข้าไม่ยินยอมและยอมรับท่านเด็ดขาด”เฉินเสียนก็ไม่รู้ปฏิกิริยาใหญ่โตนัก แค่ตอบเสียงเบา “ใช่หรือ” เธอบอกตัวเอง เธอไม่มีอันใดต้องท้อแท้หรือผิดหวังเลย เพราะเธอเตรียมใจไว้แล้วว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่มีทางยอมรับอย่างง่ายดาย หาไม่แล้วไยต้องยืดเวลาจนถึงบัดนี้ด้วยจักรพรรดิเป่ยเซี่ยกวาดสายตามองทรงผมเธอแวบหนึ่ง จากนั้นสายตาก็ต้องหยุดอยู่ตรงนั้น เพราะอยู่ในระยะใกล้ชิด จึงคลางแคลงใจกับปิ่นหยกขาวที่สังเกตเห็นบนเรือนผมของเฉินเสียนสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยน อยากดึงปิ่นอันนี้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ทว่าก็ไม่เป็นเรื่องสมควร ได้แต่เค้นเสียงถาม “ท่านเอาปิ่นหยกขาวนี่มาจากไหน?”เฉินเสียนเอามือไปจับปิ่นหยกขาว เหม่อลอยไปชั่วขณะ กล่าวว่า “ซูเจ๋อมอบให้ข้าเอง” เธอย้อนระลึกภาพยามที่ซูเจ๋อมอบปิ่นหยกขาวนี้ให้แก่เธอจักรพรรดิเป่ยเซี่ยหรี่ตา กล่าว “ในเมื่อเป็นสิ่งของของเขา เช่นนั้นตอนนี้ก็ควรนำกลับมาได้แล้ว ทางที่ดีท่านควรเจียมตัวรีบคืนกลับมาบัดเดี๋ยวนี้เถอะ”เมื่อครั้งอดีตขนาดพลอยโทแพซหนึ่งชิ้น จักรพรรดิเป่ยเซี่ยยังไม่ได้ร้อนรนเท่านี้เลย ตอนนี้เขากลับร้อนรนเพราะปิ่นหยกขาวชิ้นนี้เห็นเฉินเสียนไม่ยอมทำตามเสียที จักรพรรดิเป่ยเซี่ยฉวยโอกาสตอนไม่ระวังลงมือชิงด้วยตัวเองอย่างไม่คำนึกถึงสิ่งใดใครจะไปรู้ว่าเฉินเสียนมีปฏิภาณไหวพริบเฉียบคมกว่าที่เขาประเมิน เธอได้สติก็รีบจับข้อมือของเขาไว้ พลางกล่าวว่า “