ต่างหากล่ะแต่หลานเอ๋อร์ก็พูดออกมาอย่างมั่นใจและมีเหตุผลว่าที่พราชายาเปลี่ยนสีหน้าของเธอทันที เธอย่อตัวทำความเคารพและกล่าวกับเฉินเสียนอย่างนอบน้อม “ขอประทานอภัยเพคะฝ่าบาท”เฉินเสียนไม่ได้บอกให้เธอลุกขึ้น แต่กล่าวว่า “แล้วท่านเป็นใครกัน?”300
ว่าที่พราชายายังคงอยู่ในย่อตัวทำความเคารพและตอบกลับว่า “หม่อมฉันเป็นพราชายารุ่ยที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในจวนท่านอ๋องเพคะ”นํ้าเสียงของเฉินเสียนราบเรียบ แต่มีความรู้สึกเคร่งขรึมเย็นชา “พราชายารุ่ยท่านกับท่านอ๋องรุ่ยกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกันแล้ว เข้าห้องหอด้วยกันแล้วงั้นหรือ?”ใคร ๆ ก็รู้ว่าพิธียังไม่เสร็จสมบูรณ์ว่าที่พราชายากัดริมฝีปากของเธอ และตอบด้วยนํ้าเสียงคับข้องใจของเธอว่า“เป็นว่าที่พราชายาเพคะ”เฉินเสียนหลับตาลง ยกนิ้วขึ้น และจับคางของว่าที่พราชายาเสมือน พลังในมือของเธอไม่อาจต้านทานได้ ทำให้ว่าที่พราชายาเงยหน้าขึ้นทีละน้อย และมองใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเธอว่าที่พราชายานั้นร่างกายแข็งทื่อเล็กน้อย และท่าการย่อทำความเคารพของเธอในตอนนี้นั้นยากเหลือเกินจะทำให้เธอประคองตัวเองให้อยู่นิ่งได้ และเธอก็ตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อเธอมองเข้าไปในดวงตาของเฉินเสียน หัวใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจในสายตานั้น ไม่มีความอ่อนโยนที่ผู้หญิงควรมี มีแต่ความเยือกเย็นและกระหายเลือด เหมือนนกอินทรีที่มีเล็บแหลมคม และเสือชีตาห์ที่รอคอยโอกาสไม่เพียงแค่ว่าที่พราชายาเท่านั้น แต่แม้แต่นางกำนัลที่ยืน