าลืมสิว่าท่านยืนอยู่ในที่ของใคร”เฉินเสียนกล่าว “ข้าไม่ลืมหรอก ข้าเป็นแขก จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเป็นเจ้าบ้านจักรพรรดิได้โปรดมีไมตรีจิตต่อแขกผู้มาเยือน”286
จักรพรรดิของทั้งสองอาณาจักรต่างไม่ยอมหลีกทางให้ใครเลยบนถนนในเมืองหลวง หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คงเป็นที่หัวเราะอย่างแน่นอน ท่านอ๋องมู่อยู่ข้าง ๆ พูดขัดจังหวะขึ้นมา “เสด็จพี่ เชิญจักรพรรดิของต้าฉู่เสด็จประทับในวังหลวงก่อนดีกว่า”ในท้ายที่สุด จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้สั่งให้รถม้าอยู่ซูเจ๋อนั่งอยู่กลับไปยังจวนท่านอ๋อง และถอนกำลังราชองครักษ์ที่ล้อมรอบ และส่งเสด็จเฉินเสียนไปยังพระตำหนักรับรองเฉินเสียนยืนอยู่บนล้อรถม้า ยกม่านของรถม้าขึ้นและมองเข้าไปที่ซูเจ๋ออย่างลึกซึ้งซูเจ๋อกล่าว “ที่แท้ก็เป็นองค์จักรพรรดินีแห่งต้าฉู่”เธออยากจะถามเขา ยอมที่จะกลับต้าฉู่กับเธอไหม? เฉินเสียนขยับริมฝีปากของเธอ แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้ถามอะไร เธอลดม่านลงและกระโดดลงจากรถม้าเฉินเสียนพาคนของเธอ หันขบวนไปยังเมืองหลวงชั้นใน เธอยืนอยู่ข้างรถม้าและหยุดการเคลื่อนไหวจากมุมนี้ของซูเจ๋อ จากช่องว่างระหว่างผ้าม่าน เขาสามารถเห็นใบหน้าช่วงข้างของเธอได้เธอกระซิบ “ซูเจ๋อ” ดูเหมือนจะเรียกให้เขาได้ยิน และเรียกให้ตัวเองได้ยินดีเหลือเกิน อย่างน้อยก็หาเขาเจอ ได้พบกันอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ทุกอย่างยังไม่จบ แต่มีการเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้น287
ดวงตาของซูเจ๋อมืดมน มองดูเธอเดิน