ีในช่วงสองปีแรก เวลาจะเท่ากับเวลาที่ซูเจ๋อเสียชีวิตในสนามรบนางถือถ้วยชาไว้ในมือแน่น ส่วนข้อนิ้วของนางก็ขาวขึ้น และนางถามเสียงเบาๆ “ต่อจากนั้นล่ะ?”อ๋องมู่กล่าวอย่างใจหาย “ในตอนนั้น ข้าส่งคนไปงมเขาในแม่ยํ้าฉวีเจียงอาการของเขาหนักมากแล้ว อธิบายได้ว่ามีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก”ดวงตาของเฉินเสียนเป็นสีแดงและก็นิ่งเงียบไป ไม่น่าแปลกใจ หลังจากที่นางได้งมหาตั้งนาน นางได้ค้นหาไปทั่วทั้งแม่นํ้าฉวีเจียง แต่ก็ไม่พบซูเจ๋อนางไม่พบกระดูกของซูเจ๋อ และไม่เชื่อว่าเขาจะตาย แม้ว่าในภายหลังนางจะรู้ว่าเขาป่วยหนัก แต่นางก็จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ยังมีของความโชคดีอยู่โชคดีที่สุดท้ายนางก็ไม่ได้พบกระดูกของซูเจ๋อในช่วงสองปีที่ผ่านมา นางพยายามให้มีชีวิตอยู่ พยายามปกป้องสิ่งที่ซูเจ๋อต้องการจะปกป้อง นางทำได้เพียงเก็บความเจ็บปวดไว้ที่มุมหัวใจของนางเท่านั้นตอนนี้ความเขลาก็คลายออกแล้ว ทำให้อารมณ์เหล่านั้นพุ่งออกมา และกลืนนางเข้าไปในทันที260
เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นดื่มชาในแก้วนั้น แล้วถามด้วยนํ้าเสียงที่เบาๆ “เกิดอะไรขึ้นในภายหลัง? ชีวิตของเขาในเป่ยเซี่ยสบายดีหรือไม่?”อ๋องมู่ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ความเจ็บป่วยเกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าเล่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา และไม่เคยหยุดกินยาเลยแม้แต่หนึ่งวัน ล่าสุดเขานอนไม่ตื่น ฟังที่หมอพูด จะค่อยๆ อ่อนแอลงหรือไม่ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสงค์ของพระเจ้าแม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ แต่เข