ือง จึงไม่การแสดงตัวตน เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นต่างก็คารวะทำความเคารพและเฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านอ๋องเรียกชื่อข้าได้”ท่านอ๋องมู่พยักหน้าและกล่าวว่า “ในที่สุดข้าก็รอให้ท่านมาจนได้ วันนี้พักก่อนสักหน่อย และพรุ่งนี้ข้าจะพาเดินทางเข้าเมืองหลวง”เฉินเสียนขยับคิ้ว และเงยหน้าขึ้นมองอ๋องมู่ ด้วยดวงตาที่เยือกเย็น ตามแบบของกษัตริย์ แต่ได้ซ่อนร่องรอยของความอ่อนแออยู่ข้างใน และกล่าวว่า “สิ่งที่ระบุไว้ในจดหมายของท่านอ๋องมู่เป็นเรื่องจริง? ตอนนี้เขา……..อยู่เป่ยเซี่ยในเมืองหลวง?”อ๋องมู่กล่าวว่า “ดูจากลักษณะของท่าน เกรงว่าอยู่บนถนนม้าคงไม่ได้หยุดพักเพราะเร่งเวลา ท่านไปล้างหน้าพักผ่อนสักครู่ก่อนเถอะ ข้าได้เตรียมอาหารไว้แล้วจากนั้นค่อยไว้พูดคุยกันตอนกินข้าว”เฉินเสียนยังคงถือแส้ม้าอยู่ในมือของนางและพูดอย่างเย็นชา “ไม่เป็นไร ข้าอยากฟังตอนนี้”259
อ๋องมู่ไม่มีทางเลือก จึงต้องเชิญเฉินเสียนเข้ามานั่งข้างในเท่านั้น เฉินเสียนยื่นแส้ให้คนข้างๆ และปล่อยให้พวกเขาทั้งหมดลงไปพักผ่อนก่อนเพิ่งนั่งลง อ๋องมู่กล่าวว่า “ในช่วงสองปีแรก องค์จักรพรรดิของข้าตามหาองค์ชายที่สาบสูญไปนาน แต่งตั้งองค์ชายรุ่ย เรื่องนี้ท่านก็รู้?”นั่นเป็นเรื่องของเป่ยเซี่ย เฉินเสียนรู้ดี แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางไม่เคยคิดว่าประสบการณ์ชีวิตของซูเจ๋อจะเกี่ยวข้องกับเป่ยเซี่ยแต่ตอนนี้เมื่อฟังอ๋องมู่พูดถึงอะไรบางอย่าง นางก็เข้าใจขึ้นมาในทันท