องเขามีความตื้นลึกที่ชัดเจนวินาทีนั้นแววตาของเฉินเสียนก็มืดสลัวลงทันที เมื่อได้เห็นชุดสีดำราวกับกำลังอยู่ในห้วงของความฝันเมื่อชายคนนั้นเข้ามาในประตูแล้ว ก้าวเท้าเข้ามาด้านในท้องพระโรงอย่างไม่รีบร้อน เขาจึงยกมือขึ้นคำนับ แล้วเอ่ยว่า“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ”วินาทีนั้นเฉินเสียนก็ได้สติกลับมา ดวงตานั้นถูกย้อมไปด้วยนํ้าค้างที่เยือกเย็นๆนั่นไม่ใช่นํ้าเสียงของซูเจ๋อเธอกล่าว“เงยหน้าขึ้นมา”ชายผู้นั้นเมื่อได้ยินจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา เมื่อได้เห็นรูปร่างลักษณะภายนอกของเฉินเสียนแล้ว เขาก็ตะลึงไปชั่วขณะ คงจะคิดไม่ถึงว่า จักรพรรดินีนั้นจะสวยงดงามมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีกเฉินเสียนเมื่อมองใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนแล้ว จึงถามด้วยเสียงตํ่าว่า“ใครใช้ให้เจ้าแต่งตัวแบบนี้?”ความน่าเกรงขามและอำนาจของจักรพรรดิที่แผ่รังสีออกมาจากร่างกายของเธอนั้น ทำให้ชายที่อยู่ในท้องพระโรงไม่กล้าที่จะสังเกตสีหน้าของเธออีกต่อไปและก็รับรู้ได้ถึงว่าวินาทีนั้นเธอน่าจะไม่พอใจเป็นอย่างมากชายผู้นั้นจึงรีบคุกเข่าลงไป แล้วหมอบลงไปที่พื้นทันที แล้วเอ่ยว่า“ข้าน้อยแต่งตัวธรรมดาเรียบง่ายแบบนี้เป็นประจำ ถ้าเกิดมันเป็นการไม่ให้เกียรติฝ่าบาทขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยให้ข้าน้อยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”เฉินเสียนเอนตัวพิงกับผนักพิงเก้าอี้ แล้วมองเขาอย่างเย็นชา234
นอกจากเสื้อผ้าชุดดำนี้แล้วและรูปร่างที่สมส่วนของเขาแล้ว ร่างกายของเขาก็ไม่มีส่วนไหนที่เหมือนกับซูเจ