างได้เรียนรู้การมอง การดม การถาม การคลำหลักการวินิจฉัยของแพทย์จีนอย่างละเอียด เรื่องเหล่านี้มันใช่เป็นเพียงแค่วันเดียวที่จะเก่งขึ้นมาได้ จะต้องอาศัยการค่อยๆก้าวเดินไปเป็นขั้นตอน225
ในช่วงเวลานั้นเฉินเสียนต้องการคนไข้จำนวนมากมาทำการตรวจรักษาเพื่อที่จะสะสมประสบการณ์ ดังนั้นเมื่อเลิกกิจราชการ จึงไม่อนุญาตให้เหล่าขุนนางในราชสำนักไปไหน เฉินเสียนสั่งให้อวี้เยี่ยนนำเข็มเงินออกมา แล้วรูดแขนเสื้อชุดเครื่องแบบจักรพรรดิขึ้น สั่งให้เหล่าขุนนางมาต่อแถวเพื่อบอกอาการว่าตนมีปัญหาในด้านใด เธอจะช่วยรักษาให้ขุนนางทั้งหลายที่ไหนเลยจะกล้าให้จักรพรรดินีตรวจรักษากัน ดังนั้นเมื่อก้าวไปด้านหน้าต่างก็พากันตัวสั่นเทาไปหมดแล้ว มีขุนนางเอ่ยขึ้นว่า“กราบบังคมฝ่าบาท ข้ากระหม่อมสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนชำเลืองมองไปที่ใบหน้าเขาแล้วเอ่ยว่า“สรุปแล้วไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงรึ เหล่าอ้ายชิงทั้งหลายคิดดีๆแล้วค่อยตอบข้าเถิด ถ้าเกิดว่าข้าตรวจแล้วเจอว่าเป็นอะไรขึ้นมา พวกเจ้านั้นจะมีความผิดโทษฐานการหลอกลวงจักรพรรดิ ”เธอพูดประโยคนั้นออกมาอย่างเย็นชา ทำให้เหล่าขุนนางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที จากนั้นเหล่าขุนนางก็ได้มายืนอยู่ที่ด้านหน้าของเธอแล้วค่อยๆเอ่ยปากพูดออกมาทีละคน“ฝ่าบาท ข้ากระหม่อมรู้สึกปวดเอวพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนไม่ประมาทในวินิจฉัยโดยการใช้หลักการของแพทย์จีนคือ ดม ดูถาม คลำ แล้วใช้ม