ือกดลงไปที่บริเวณกระดูกเอว เธอพูดขึ้นว่า“การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อบริเวณเอวของเจ้านั้นเกิดจากการที่เจ้าตรากตรำนั่งทำงานอยู่ในศาลาที่ว่าการเป็นเวลานาน เลยทำให้เกิดโรคจากการทำงานได้ ”เธอทำการรักษาด้วยการฝังเข็มแล้วเขียนใบสั่งยา ให้ขุนนางนำไปที่สำหนักหมอหลวงเพื่อให้ต้มยากลับไปกิน226
เหล่าขุนนางคนอื่นๆได้เห็นจักรพรรดิฝังเข็มอย่างเชี่ยวชาญ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ท่านที่ได้รับการฝังเข็มนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมา เมื่อฟังแล้วไม่เหมือนกับเสียงร้องของความเจ็บปวด แต่เป็น……ความสบาย?”ความจริงแล้ว ในราชสำนักนั้นมีเหล่าขุนนางจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดเอวต่างคนต่างก็พากันมาต่อแถวเพื่อรอการฝังเข็ม บรรกาศนั้นรู้สึกผ่อนคลายลงไปมากเพียงแต่ขุนนางที่มารักษาอาการปวดเอวนั้นส่วนใหญ่จะเป็นขุนนางที่มีอายุมากกันทั้งหมด เมื่อมีเหล่าขุนนางวัยหนุ่มเดินเข้ามาตรงหน้าของเฉินเสียนแล้วบอกว่าตัวเองนั้นมีอาการปวดเอวเมื่อเฉินเสียนตรวจชีพจร แล้วมองดูสีหน้าและลิ้น จึงเอ่ยถามออกมาอย่างเบาๆว่า“รู้สึกว่าร่างกายนั้นถูกใช้จนหมดใช่หรือไม่?”ขุนนางหนุ่มผู้นั้น “ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ ช่วงนี้ข้ากระหม่อมก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนตีหน้าขรึมแล้วเอ่ยถามว่า “เจ้ามีภรรยากี่เรือน?”“สี่ สี่เรือนพ่ะย่ะค่ะ?”“เจ้ามีเพศสัมพันธ์จนเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป จนทำให้ระบบการทำการของไตไม่ดี นี่ไม่ใช่อาการเจ็บจากการทำงาน คงจะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ