ไม่มีห้วงเวลาไหนเลยที่เธอจะไม่คิดถึงเขา เพียงแต่เธอจะไม่ให้ตัวเองเจ็บปวดทรมานอย่างที่แล้วๆ มา เธอยังมีลูกชายของเธอ เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองล้มแล้วลุกไม่ขึ้นแบบนี้อีกเวลาอาจจะไม่ใช่ยารักษาที่ดีที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไป แผลเจ็บปวดในหัวใจก็จะค่อยๆ ทุเลาลง และสามารถช่วยเยียวยารักษาเธอ จากที่เคยวิตกกังวลอารมณ์ร้ายกาจก็เปลี่ยนมาเป็นสงบสุขุมและอ่อนโยนเพียงแต่ขลุ่ยไม้ไผ่และปิ่นหยกที่ซูเจ๋อได้มอบให้เธอ เธอไม่ได้พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมา เธอวางสองสิ่งนี้ไว้ใต้หมอน ยามคํ่าคืนเวลาที่เธอนอนไม่หลับ ทุกครั้งที่เธอเอื้อมมือไปจับ ก็จะสัมผัสเจออยู่เสมอเธอกลัวว่าสิ่งเหล่านี้ที่ซูเจ๋อได้มอบไว้ให้เธอนั้น จะถูกทำร้ายจากกาลเวลาฉะนั้นเธอจึงเก็บถนอมมันไว้เป็นอย่างดี เพราะหากมันเสียหายไป ซูเจ๋อจะไม่มีวันมามอบของชิ้นที่สองให้กับเธออีกแล้วบางครั้ง เมื่อรอซูเซี่ยนหลับไปแล้ว เฉินเสียนก็มักจะนำจดหมายที่ซูเจ๋อเคยเขียนให้เธอออกมาอ่านใหม่ และเมื่อเฉินเสียนหลับไปแล้ว บางทีซูเซี่ยนก็ตื่นมาห่มผ้าห่มให้เฉินเสียนอยู่บ่อยครั้งสองแม่ลูกที่ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆหลังจากงดการว่าราชกิจในยามเช้าครบหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในทุกๆ วันเฉินเสียนตื่นก่อนซูเซี่ยนหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) เมื่อกลับจากการว่าราชกิจในยามเช้า เธอก็จะมาทานอาหารเช้าพร้อมกับเขาเสมอในระหว่างที