่ซูเซี่ยนพักฟื้นรักษาตัว ก็ได้หยุดการเรียนในสถาบันการศึกษาไท่เมื่อเฉินเสียนว่างเว้นจากการจัดการบ้านเมือง ก็มักจะสอนหนังสือให้เขาเสมอ209
เฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “ท่านพ่อของเจ้าเป็นคนสอนชั้นเรียนอารยธรรมและวัฒนธรรมที่แม่เรียนเอง ถึงแม้ว่าจะไม่เทียบเท่ากับราชครูที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก ตอนนี้ก็พอดีเลย แม่จะได้ทบทวนไปพร้อมๆกับเจ้า”ซูเซี่ยนนั่งอยู่บนเตียงเล็กของเขา อาการป่วยปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาชัดเจน เวลาที่เขายิ้มขึ้นอ่อนๆ อย่างมีเงื่อนงำนั้น ดูมีเสน่ห์เฉกเช่นพ่อของเขาไม่มีผิดเฉินเสียนมักจะจ้องจนลืมตัวอยู่เสมอซูเซี่ยนพูดขึ้นว่า : “ข้ารู้ ท่านแม่ไม่ถนัดอ่านบทความ หนังสือใบลานที่ร่ายยาวของเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักมักนำมาทูลนั้น พอท่านแม่ได้อ่านก็มักจะปวดหัวอยู่เสมอ”เฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “นั่นเป็นเพราะเมื่อก่อนอ่อนประสบการณ์ ตอนนี้ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเสียหน่อย”ในแต่ละวันซูเซี่ยนไม่เพียงแต่อ่านหนังสือเท่านั้น เฉินเสียนยังสอนเขาแกะสลักอีกด้วย ถึงแม้ว่าฝีไม้ลายมือของตัวเองจะไม่ได้ดีเท่าไหร่นักก็ตามเธอเคยเรียนแกะสลักกับอาจารย์ในย่านชานเมืองอยู่พักหนึ่ง หุ่นกระบอกที่เธอแกะสลัก ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เท่าไหร่นัก เวลานี้จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการฝึกฝนและได้อวดฝีมือไปในคราวเดียวกันเธอได้นั่งบนพรมกับซูเซี่ยน บนพื้นมีไม้แกะสลักวางอ