ปล่า”196
เธอหวังอย่างยิ่งว่าเขาจะได้ยินเสียงของมันจากนั้น เฉินเสียนก็เริ่มเป่าขลุ่ยขึ้นมา เธอเป่าเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด หากซูเซี่ยนไม่ปรามให้เธอหยุดเป่า เกรงว่าเธอคงอาจจะเป่ามันทั้งคืนเสียด้วยซํ้าซูเซี่ยนเองก็ไม่อยากจะขัดเธอ เขาฟังเสียงขลุ่ยอย่างใจเย็น ทอดสายตามองออกไปยังผิวนํ้าที่นิ่งสงบของทะเลสาบหลังจากนั้น ก็ได้สังเกตเห็นว่า มีของเหลวสีแดงสดค่อยๆ ไหลมาตามลำของขลุ่ยไม้ไผ่ ย้อมปลายนิ้วของเฉินเสียนจนกลายเป็นสีแดง จากนั้นก็ค่อยๆ หยดลงบนชุดกระโปรงของเธอช้าๆ จับตัวจนกลายเป็นรูปดอกบ๊วยในที่สุดเฉินเสียนไม่รู้ตัวเลย นิ้วที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาบนขลุ่ยของเธอเวลานั้น ซูเซี่ยนตกใจกลัวจนพูดอะไรไม่ออก เขาปีนขึ้นไปบนเก้าอี้นวมตะโกนเรียกเธอไม่หยุด นํ้าตาของซูเซี่ยนหยดลงบนใบหน้าของเฉินเสียน เธอเป่าขลุ่ยด้วยเสียงที่ขาดๆ หายๆ แต่ก่อนที่เธอจะเป่าบทเพลงนี้จบลง เธอจะไม่ยอมหยุดอย่างเด็ดขาด หากหยุดกลางคันไปทั้งแบบนี้ แล้วซูเจ๋อฟังไม่จบเพลงล่ะจะทำยังไงข้างในลำขลุ่ยไม้ไผ่เต็มไปด้วยเลือดของเธอทั้งนั้นพระตำหนักไท่เหอโกลาหลวุ่นวายไปหมด อวี้เยี่ยนรีบไปตามหมอหลวงด้วยความตกใจสติเตลิดเปิดเปิงไปหมดแม่นมซุยรีบพาเธอกลับเข้าไปในห้องบรรทมทันทีเฉินเสียนเอนตัวนอนลงบนเตียง เอื้อมมือไปลูบศีรษะของซูเซี่ยนเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ข้าไม่เป็นไร อย่าร้อง”197
เฉินเสียนรู้สึกอึดอัดคับข้องใจเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ได้หายอย่