จะเจ็บปวดจนชินชาไร้ความรู้สึกไปแล้ว แต่ในห้วงเวลาที่เฉินเสียนอุ้มร่างกายที่ร้อนผ่าวของซูเซี่ยนไว้นั้น ก็ได้รู้ซึ้งขึ้นมาทันทีว่าเธอยังสามารถเจ็บปวดเพิ่มขึ้นจากเดิมได้อีก199
เมื่อสูญเสียซูเจ๋อไปแล้ว เธอจึงพึ่งได้สติขึ้นมาและได้ตระหนักว่าลูกของเธอและเขาจะต้องห้ามเป็นอะไรไปทั้งนั้น เธอไม่เคยเลยสักครั้งที่คิดจะปล่อยเขาไปแต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?ซูเซี่ยนเป็นโรคจากลมหนาว และเพราะกลัวว่าจะแพร่ระบาดแก่ผู้อื่น จึงไม่ได้อยู่ร่วมตำหนักเดียวกันกับเฉินเสียน แม่นมซุยทำตามขั้นตอนที่หมอหลวงได้กำชับไว้เป็นอย่างดี พาซูเซี่ยนกลับไปยังห้องของเขาเอง ทำแบบนี้ล้วนดีทั้งกับซูเซี่ยนและเฉินเสียนหมอหลวงกำลังช่วยซูเซี่ยนลดบรรเทาอาการไข้ เฉินเสียนพิงอยู่ที่หัวเตียงด้วยใบหน้าขาวซีดอวี้เยี่ยนปากนํ้าตาพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ฝ่าบาททรงรีบหายดีเถอะเพคะ ฝ่าบาทหายดีแล้ว จึงจะสามารถไปดูแลอาเซี่ยนได้”เมื่อได้ยินว่าซูเซี่ยนละเมอพูดเพ้อไม่หยุด ครั้งนี้เขาป่วยค่อนข้างหนัก เฉินเสียนสวมชุดคลุมแล้วลุกจากเตียงในทันที ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถขวางเธอได้ เธอเดินตรงไปยังห้องของซูเซี่ยนด้วยอาการโซเซไปมาเธอขึ้นไปบนเตียงของซูเซี่ยน กอดเขาไว้ในอ้อมกอดแนบแน่น แล้วปลอบโยนเขาว่า : “ไม่ต้องกลัว อาเซี่ยนไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่แล้ว……”ซูเซี่ยนรู้สึกเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด เขาจับเสื้อของเฉินเสียนไว้แน่น พูดขึ้นไม่เป็นประสาว่า : “ข้าไม่อยากให้ท่