าขุนนางทั้งหลายพบว่ามีเพียงอัครเสนาบดีซูผู้เดียวที่สามารถทำให้เธอเกิดอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลงได้ เพียงแต่บรรดาขุนนางล้วนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดเมืองหลวงต้าฉู่มีหิมะโปรยปราย ซูเจ๋อเขียนบอกในจดหมายว่าเจียงหนานก็มีหิมะตก โชคดีที่หิมะไม่ได้ตกมากนัก แม่นํ้าจึงไม่ได้จับตัวเป็นก้อนนํ้าแข็ง ยังคงล่องเรือได้เฉกเช่นปกติ นั่งจิบชาอยู่บนเรือไปพลาง นิ่งดูหิมะร่วงโรยจากฟากฟ้าไปพลาง ช่างสุนทรีย์ยิ่งนักสาเหตุที่เฉินเสียนขมวดคิ้วมุ่นก็เพราะไม่รู้ว่าเขาใส่เสื้อกันหนาวหนาพอหรือไม่ ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นหวัดหรือเปล่า ไม่รู้ว่า……เขาจะกลับมาเมื่อใดชั่วพริบตาก็ผ่านมาแล้วกว่าครึ่งปี ซูเจ๋อออกจากเมืองหลวงประมาณห้าเดือนเห็นจะได้แล้วคณะขุนนางที่ออกสำรวจไปยังสถานที่ต่างๆ ล้วนทยอยกันกลับเมืองหลวงก่อนท้ายปีจนหมดแล้ว จากนั้นก็เข้าเฝ้าทูลถวายงานแก่เฉินเสียนเฉินเสียนกวาดสายตามองรอบๆ เห็นขุนนางคนสุดท้ายไม่ใช่ผู้ที่เธอถวิลหาทุกเช้าทุกคํ่าเธอถาม “อัครเสนาบดีซูล่ะ?”เหล่าขุนนางพากันจ้องตากัน กราบทูลอย่างระมัดระวังว่า “อัครเสนาบดีซูยังไม่ได้กลับมาหรือพ่ะย่ะค่ะ? พวกกระหม่อมคิดว่าอัครเสนาบดีซูกลับเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ……”การรอคอยนานนับเดือนของเธอเป็นอันไร้ความหมาย148
เฉินเสียนไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป เธอจับขุนนางกล่◌ุมนี้มาถามทีละคน “เขาไม่ได้ไปพร้อมกับพวกเจ้าหรอกหรือ เหตุใดสุดท้ายพวกเจ้ากลับมากันหมดแล้ว เหลื