ทรมานของเธอออกไปให้หมดทว่าไม่ได้ เฉินเสียนจะลบเลือนได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ ต่อหน้าซูเซี่ยน เธอจะคลุ้มคลั่ง ร้องไห้ฟูมฟายไม่ได้เฉินเสียนซุกอยู่บนบ่าของเขา กล่าวเสียงเบาอย่างสงบจิตสงบใจว่า “ท่านพ่อของเจ้าไม่เอาแม่แล้ว วันหน้าแม่มีเพียงเจ้าแล้วนะ”ซูเซี่ยนกล่าว “ไม่ต้องกลัวท่านแม่ ต่อไปข้าจะดูแลท่านแม่เอง”141
เฉินเสียนยิ้มด้วยเสียงสะอื้น กล่าวว่า “เจ้าโตแค่นี้เอง จะดูแลแม่ได้อย่างไรเป็นแม่ที่ต้องดูแลเจ้า”“ไม่นานลูกก็จะโตแล้ว”เฉินเสียนกลับห้องอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้านอน เธอนอนจนมืดฟ้ามัวดิน กลับมาถึงพระราชวังตอนเช้า นอนจนถึงฟ้ามืดก็ยังไม่ออกมาซูเซี่ยนยังคงไปเข้าเรียนที่โรงเรียนไท่เช่นเดิม พอกลับมาก็นั่งเหม่อลอยอยู่ริมทะเลสาบแม่นุมซุยมาตามเขา กล่าวว่า “อาเซี่ยน ควรทานข้าเย็นแล้ว”ซูเซี่ยนนั่งไม่ไหวติง มองผิวนํ้าทะเลสาบที่เงียบสงบ มีลมเย็นโชยมาครั้งคราว ทำให้ผิวนํ้าเกิดระลอกคลื่นเล็กน้อยซูเซี่ยนกล่าว “เอ้อร์เหนียง ท่านคิดว่าสาเหตุที่ท่านพ่อของข้าไปเป็นเพราะมีความลำบากอะไรหรือเปล่า?”แม่นมซุยเห็นแผ่นหลังอันเล็กๆของเขาโดดเดี่ยวเดียวดายก็ยิ่งรู้สึกใจสลายเป็นเท่าทวีคูณ กล่าวว่า “ต้องมีอยู่แล้ว ใต้เท้าเป็นคนเช่นนั้นเสมอ คิดเผื่อคนอื่นตลอด”“งั้นท่านพ่อก็ไม่ใช่ไม่อยากเอาข้ากับท่านแม่จริงๆสินะ” ซูเซี่ยนถาม “ท่านแม่ตื่นหรือยัง?”แม่นมซุยกล่าว “ยังไม่ได้เจ