ู้ของเขา สุดท้ายก็ถูกเขาแบกกลับพระตำหนักไท่เหอถึงแม้ท่าทางฉินหรูเหลียงจะแข็งกระด้าง แต่คำพูดคำจากลับอ่อนโยน“เส้นทางพรมแดนทางตะวันตกลาดชัน ขุรขระ ฝ่าบาทคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองเดือนกว่าจะไปถึง และด้วยความสามารถของซูเจ๋อ เขาไม่ต้องใช้เวลาสองเดือนก็ทำให้เผ่าหมานอี๋ถอยทัพได้แล้ว ฝ่าบาทไม่กลัวสวนทางกับเขาหรือพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนไม่เคยนึกถึงจุดนี้ ฉินหรูเหลียงแจ้งเตือน เธอก็เงียบด้วยความตะลึงค้างใช่แล้ว หากสวนทางกันล่ะฉินหรูเหลียงกล่าวอีกว่า “ฝ่าบาทเดินทางไกลไปหาเขา ส่วนเขาก็รีบกลับเมืองหลวง สุดท้ายฝ่าบาทก็ยังไม่เจอเขาอยู่ดี ทั้งยังไปเสียเที่ยวอีก เหตุใดไม่ออกพระราชโองการให้เขากลับเมืองหลวงหลังจากที่สะสางธุระเสร็จเล่าพ่ะย่ะค่ะ”พระราชโองการไปถึงพรมแดนตะวันตกอย่างรวดเร็วเดิมทีคิดว่าซูเจ๋อแค่จัดระบบป้องกันภัยเฉยๆ หากรู้ไม่ว่าเขานำทัพไล่ฟันศัตรูด้วย129
ระหว่างหนึ่งถึงสองเดือนนี้เกิดการสู้รบนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งเผ่าหมานอี๋ล้วนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทุกครั้งไป ราษฎรตามแนวตะเข็บชายแดนที่ถูกเผ่าหมานอี๋บุกรุกก็โล่งอกไปได้มากแล้วเป่ยเซี่ยใบประกาศของจักรพรรดินีแห่งต้าฉู่อยู่ในพระหัตถ์ของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยพระองค์มองภาพในใบประกาศเนิ่นนาน แววตามืดมน เกิดความดีใจปะปนกับโทสะไว้ในทีจักรพรรดิเป่ยเซี่ยถาม “เขาไม่อยู่ต้าฉู่แล้วหรือ?”ท่านอ๋องมู่กล่าว “เหมือนจะออกจากราชสำนักเกือบหนึ่งปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ยังอยู่ในแ