่นี่เดินไม่ง่าย พื้นที่เพาะปลูกเต็มไปด้วยนํ้า และหากฝ่าบาทเหยียบมันโดยไม่ได้ตั้งใจ รองเท้าของฝ่าบาทจะเปื้อนเอาได้พ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนยกริมฝีปากของเธอขึ้นและยิ้ม และผ้าไหมสีเขียวก็ถูกลมพัดมาที่มุมปากของเธอ เธอขดริมฝีปากและขดผมของเธอเป็นเกลียว แล้วกล่าวว่า“เหมือนกับแบบนี้หรือ?”เมื่อพูดจบ เฉินเสียนจึงก้าวเข้าไปในทุ่งนาด้วยเท้าข้างเดียวนํ้าในทุ่งนามีความใสและเย็น มุมกระโปรง รองเท้า และถุงเท้าของเฉินเสียนเปียกในทันทีดวงตาที่หลบตาของซู่เจ๋อมืดลงเฉินเสียนเดินอย่างสบายใจในทุ่งนา เธอก้มศีรษะและไม่มองเขาและกระซิบเบา ๆ ว่า “ซูเจ๋อ ข้าจำได้เมื่อก่อนท่านเคยบอกว่า อำนาจของต้าฉู่ไม่มีอะไรดีไปกว่าข้า ท่านยังจำได้ไหม?”ซูเจ๋อมองเธอด้วยดวงตาที่ลึกลํ้า แต่น่าเศร้า เพียงเธอเงยหน้าขึ้น ไม่แน่เธออาจจะสังเกตุได้ แต่เธอไม่เธอกลัวที่จะเห็นการแสดงออกที่ไม่แยแสของซูเจ๋อ ดูเหมือนว่าเธอมีลางสังหรณ์ เพียงเธอเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่เธอเห็นคือความแปลกแยกและความเฉยเมยของเขาซูเจ๋อตอบว่า “หม่อมฉันจำได้พ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนหรี่ตามอง มองไปทางด้านข้างของเนินเขียวขจีที่ทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วกล่าวว่า “แล้วตอนนี้ล่ะ? หากท่านเห็นว่าอำนาจดีกว่า ข้าจะมอบอำนาจให้ท่าน หากท่านคิดว่าข้า…”103
ซู่เจ๋อยิ้มอย่างอบอุ่นเหมือนเมื่อก่อน แต่ขัดจังหวะเธอและกล่าวว่า “แม้ว่าอำนาจจะสำคัญ แต่หม่อมฉันก็ไม่อาจฉกฉวยมันมาจากองค์จักรพรรดิอย่างโจ่งแจ