วเล็กน้อยยามที่เปล่งออกมา “เอาแต่มองข้าแบบนี้ไม่เสียเวลาหรอกหรือ มีเวลาแล้วก็ขอให้ข้าได้กอดท่านนานขึ้นอีกนิด ได้อยู่ใกล้ชิดนานอีกหน่อยเถิด”เฉินเสียนถามว่า “ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”“มีคนคอยจ้องตลอดเช่นนี้ ข้าจะหลับลงได้อย่างไร”“ซูเจ๋อ…”ซูเจ๋อลืมตาขึ้นและกล่าวว่า “กระหม่อมอยู่นี่”เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเขาเธอจึงบอกว่า“ห้ามพูดว่ากระหม่อม”ซูเจ๋อประคองศีรษะของเธอไว้ กดศีรษะลงมาและประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ เฉินเสียนจับต้นคอของเขาไว้และตอบสนองอย่างกระตือรือร้น ไม่เต็มใจจะผละออกมาแม้ว่าจะจูบจนแทบหมดลมหายใจหลังจากนั้นอวี้เยี่ยนจึงยกอาหารมื้อคํ่ามาให้ นางยืนอยู่หน้าห้องตำราหลวงและกล่าวว่า “ฝ่าบาท พระกระยาหารคํ่ามาแล้วเพคะ”อวี้เยี่ยนไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเมื่อเข้ามาข้างใน หลังจากวางอาหารคํ่าไว้แล้ว นางจึงกลับออกไปทันทีริมฝีปากที่บวมแดงของเฉินเสียนดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจ บะหมี่สองชามที่อยู่บนโต๊ะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตะเกียบสองคู่ถูกเชื่อมต่อกัน เธอเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า “ซูเจ๋อ ท่านกินบะหมี่ถงซินกับข้านะ”ในยามที่ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้า ซูเจ๋อเดินออกมาจากห้องตำราหลวงโดยมีเฉินเสียนเฝ้ามองจนกระทั่งเขาหายลับออกไปจากวัง
62