ตรียมอาหารคํ่ามาแล้วท่านกินเป็นเพื่อนข้านะ”ซูเจ๋อตอบตกลง ในขณะที่เฉินเสียนกำลังอ่านและจัดการข้อราชการที่เหลือ ซูเจ๋อก็ทิ้งตัวลงนั่งพักบนตั่งยาวพร้อมกับหยิบม้วนหนังสือขึ้นมาอ่านนาฬิกาทรายค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ เม็ดทรายละเอียดรินไหลลงมาเพื่อบอกเวลาอวี้เยี่ยนที่ไปเตรียมอาหารมื้อเย็นพยายามประวิงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เฉินเสียนได้ใช้เวลาอยู่กับซูเจ๋อให้นานที่สุดก่อนที่เขาจะกลับจนกระทั่งเฉินเสียนอ่านข้อราชการเสร็จแล้วและเงยหน้าขึ้น เธอจึงเห็นว่าซูเจ๋อเพลียจนหลับไปแล้วเฉินเสียนเดินเข้าไปหาเขาด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาและนั่งลงตรงข้างกาย เธอมองใบหน้าเขาอย่างพินิจ ทว่าไม่กล้าเอื้อมมือไปสัมผัสเพราะเกรงว่าจะทำให้เขาตื่นเขาคงจะเหนื่อยมากจึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้เฉินเสียนพบว่าการเฝ้ามองเขาหลับใหลเช่นนี้ก็นับเป็นสิ่งที่ทำให้สบายใจเป็นอย่างยิ่งเช่นกันแต่ขณะที่กำลังมองซูเจ๋ออย่างเพลิดเพลิน มือข้างหนึ่งก็เอื้อมมากุมข้อมือของเฉินเสียนไว้และดึงเธอลงมา เฉินเสียนล้มลงไปทางซูเจ๋ออย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงครู่เดียวก็ฟุบอยู่ในอ้อมกอดของเขา มืออุ่นๆ อ้อมมาโอบรอบเอวของเธอไว้และดึงเธอไปกักกุมไว้แนบกาย61
ม้วนหนังสือกลิ้งลงจากตั่งยาวและเปิดแผ่อยู่สองสามหน้า แสงเทียนภายในห้องวูบไหวใบหน้าของเฉินเสียนแนบชิดอยู่กับแผงอกของซูเจ๋อ เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขา เสียงที่ยังสะลึมสะลือของเขาสั่นไห