ฮ่อเซียงโค้งคำนับ เขาดึงบางอย่างออกมาแล้วยื่นให้เฉินเสียนเฉินเสียนรับไว้ เปิดห่อผ้าไหมสีเหลืองออก จากนั้นก็ชะงักไป “ตราประทับเสนาบดีของท่านนี่เฮ่อเซียง”เฮ่อเซียงกล่าวว่า “กระหม่อมชรามากแล้วและเกรงว่าจะแบกรับหน้าที่สำคัญอีกไม่ไหว ช่วงหลังมานี้ก็มิได้เข้ามาควบคุมดูแลกิจในราชสำนักเลย กระหม่อมมิอาจเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เหล่าขุนนาง จึงทำให้เกิดความเงียบเหงาขึ้นในราชสำนักเช่นนี้ เป็นความผิดของกระหม่อม กระหม่อมมิอาจดำรงตำแหน่งในราชสำนักต่อไป จึงมากราบทูลฝ่าบาทเพื่อขอลาพ้นจากตำแหน่งอัครเสนาบดีแห่งต้าฉู่ขอฝ่าบาทโปรดทรงอนุญาต”ทันใดนั้นมือที่ถือตราประทับอัครเสนาบดีไว้ก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาเนิ่นนานกว่าเฉินเสียนจะถามออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ไม่ยินดียินร้ายว่า “เฮ่อเซียงเองก็ประท้วงเพื่อกดดันข้าด้วยหรือ”“กระหม่อมมิบังอาจ”“หากไม่รังเกียจ ท่านอดีตอัครเสนาบดีช่วยนั่งกับข้าสักครู่ได้หรือไม่” เฉินเสียนชี้ไปที่ธรณีประตูที่อยู่ข้างๆ จากนั้นเธอจึงรวบฉลององค์ของจักรพรรดิและนั่งลงที่ธรณีประตูสีแดงสด45
เฮ่อเซียงรวบเครื่องแบบขุนนางของเขาและค่อยๆ นั่งลงข้างๆ เธอ เขาทุบขาทั้งสองข้างของตัวเองและกล่าวว่า “แก่แล้วอะไรๆ ก็ไม่ดี หลังจากเดินมาได้สักพักกระหม่อมก็เริ่มปวดหลังปวดเอว”เฉินเสียนถามว่า “ช่วงนี้สุขภาพของท่านเป็นอย่างไรบ้าง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งแก่ชราร่างกายก็ยิ่งอ่อนแออย่างไม่มีทางเลี่ย