้ารอต่อไปอีกไม่ไหว จึงถือโอกาสขู่ฝ่าบาทด้วยการลาพ้นจากตำแหน่งเสียเลย!”ขุนนางเฒ่ากล่าวว่า “ท่านขู่ฝ่าบาทด้วยการบอกว่าจะลาพ้นจากตำแหน่งก็พอแต่ท่านจะส่งมอบตราประทับอัครเสนาบดีไปทำไม!”ผู้เฒ่าเฮ่อเอ่ยอย่างเตรียมตัวมาแล้วว่า “ข้าเป็นอัครเสนาบดีมานานกว่าสิบยี่สิบปี เมื่อมองไปทั่วทั้งราชสำนัก ยังมีผู้ใดอีกหรือที่เหมาะสมยิ่งไปกว่าข้า? พวกท่านวางใจเถิด เมื่อฝ่าบาทแบกรับความกดดันไม่ไหว ไม่ช้าก็เร็วพระองค์จะคืนตราประทับเสนาบดีให้ข้าเอง!”ผู้เฒ่าเฮ่อเอาการลาออกมาข่มขู่ ยืนหยัดอย่างมั่นคงว่าจะยืนเคียงข้างเหล่าขุนนางเฒ่า ซึ่งนับได้ว่ามีคุณธรรมอย่างมาก เหล่าขุนนางเฒ่าต่างเลื่อมใสในจรรยาบรรณที่เคร่งครัด ความเฉียบขาดในการลงโทษขุนนางที่กระทำความผิดและการยืนหยัดในเกียรติของเขาไหนเลยจะรู้ว่าสถานการณ์ในราชสำนักจะเปลี่ยนไปในทางที่มิอาจคาดเดาเพียงแค่ไม่กี่วันถัดมา ขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและทหารต่างก็พากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีเฉินเสียนสั่งให้เฮ่อโยวร่างพระราชโองการ ทั้งยังสั่งให้สำนักทอผ้าเร่งทอเครื่องแบบประจำตำแหน่งอัครเสนาบดีขึ้นมาใหม่ชุดประจำตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีเป็นเสื้อคลุมตัวใหญ่ทอด้วยผ้าไหมสีสันงดงาม ที่แขนเสื้อและปกเสื้อปักด้วยไหมสีเข้มเสริมให้ดูโดดเด่น บนชุดปักด้วยลวดลายนกกระสาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง ผู้ที่สวมใส่ชุดนี้คือผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงและมากด้วยอำนาจ เป็นผู้เดียวในต้าฉู่ที่ไม่มีใครอื่นเหนื