ปกินข้าวกลางวันกันเถอะ”เมื่อผู้เฒ่าเฮ่อกลับมาถึงเรือน เฮ่อโยวก็เตรียมอาหารกลางวันไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นเฒ่าชรากลับมา เขาจึงเดินไปรับเขาที่ประตู ทันทีที่นั่งลง เฒ่าชราก็บ่นว่าเดินมาเหนื่อยเหลือเกินเฮ่อโยวส่งถ้วยชาให้เขาและกล่าวว่า “จัดการกิจธุระเรียบร้อยแล้วหรือ”ผู้เฒ่าเฮ่อเหลือบมองเขานิดหนึ่ง ดื่มชาไปครึ่งถ้วยและกล่าวว่า “เพื่อความคับข้องใจของเจ้า ครั้งนี้ข้ายอมละทิ้งแม้กระทั่งสหายที่คบหากันมานานปี ถ้ามีครั้งต่อไป ข้าจะต้องโกรธเจ้าจนตายเป็นแน่”เฮ่อโยวหัวเราะหึหึ “ท่านไม่ใช่อัครเสนาบดีอีกแล้ว ไหนเลยจะมีครั้งต่อไปอีกแต่สิ่งนี่ไม่ใช่เพื่อข้า ทั้งหมดที่ทำก็เพื่อต้าฉู่”ในยามบ่าย เหล่าขุนนางเฒ่าซึ่งหยุดอยู่ที่เรือนไม่ได้เข้าไปในราชสำนักได้ยินข่าวว่าเฮ่อเซียงลาพ้นจากตำแหน่งอัครเสนาบดีแล้ว ทุกคนตกใจมากและรีบไปเยี่ยมเยือนที่จวนตระกูลเฮ่อทันทีขุนนางเฒ่าต่างทอดถอนใจและกล่าวว่า “ผู้เฒ่าเฮ่อ เรื่องของซวีเวยก่อนหน้านี้ก็มีให้เห็นตรงหน้า เรื่องนี้ท่านจะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้! เหตุใดท่านจึงทำอะไรหุนหันพลันแล่นเช่นนี้ ท่านเป็นผู้นำของเหล่าขุนนาง ถ้าท่านออกจากตำแหน่งตอนนี้ พวกเราจะทำอย่างไรได้อีก”48
เฮ่อเซียงเอ่ยคำโป้ปดด้วยสีหน้าที่คงเดิมและใจที่นิ่งสงบ เขาพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “เพราะทนจนทนไม่ได้แล้วอย่างไรเล่า! เราละทิ้งราชสำนักมาสี่ห้าวันแล้วแต่ฝ่าบาทก็ยังไม่รีบจัดการซูเจ๋อ แบบนี้ไม่ได้การ ข