าเอื้อนเอ่ย “อาเสียน ข้าจะไม่จากไปไหน จะไม่ปล่อยให้ท่านต้องเผชิญหน้ากับเหล่าขุน38
นางอย่างโดดเดี่ยว จะไม่ปล่อยให้ท่านคอยเฝ้าดูความสำเร็จของต้าฉู่เพียงลำพังถ้าข้าอยู่กับท่าน ท่านจะยังเศร้าใจอยู่หรือไม่” นิ้วของเขาลูบไล้อยู่บนใบหน้าของเธอ “ท่านกลัวไหม ว่าการเลี้ยงเสือจะนำภัยพิบัติมาให้ท่าน”เฉินเสียนตกตะลึงและเงยหน้ามองเขาเขากดคิ้วตํ่า แสงจันทร์ส่องประกายอยู่ในแววตา ซูเจ๋อยิ้มให้เฉินเสียน ทว่าดวงตาคู่นั้นลึกลํ้าและดูเปลี่ยวเหงาราวกับท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ซูเจ๋อกล่าวว่า “ในเมื่อไม่มีทางที่จะได้เป็นคนที่อยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับท่านอย่างถูกทำนองคลองธรรม เช่นนั้นก็ทำให้ข้าเป็นขุนนางผู้กุมอำนาจสูงสุดอยู่ข้างกายท่านดีหรือไม่”เฉินเสียนตื่นตัวขึ้นมาในฉับพลันท่ามกลางสายลมเย็นและแสงจันทร์นวลผ่อง ซูเจ๋อเกลี่ยผมเธอไว้ที่ซอกนิ้วเขากล่าวว่า “ถ้าพูดถึงการแสดงอำนาจ ข้าทำได้ดีกว่าพวกเขามาก ข้าจะเป็นดาบในมือท่าน ฟาดฟันขวากหนามที่กีดขวางทางท่านให้สิ้นซาก ในวันข้างหน้าข้าจะพาท่านไปชื่นชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของต้าฉู่ บนที่สูงนั้นหนาวเหน็บ แต่เมื่อหวนมองกลับมาจะมีที่พึ่งพิง ท่านจะไม่กลายเป็นกษัตริย์ผู้โดดเดี่ยว จนเมื่ออาเซี่ยนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ข้าจะพาท่านท่องไปทั่วทุกหนทุกแห่ง”ขอบตาของเฉินเสียนแดงกํ่า นํ้าตาไหลรินลงมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบก้มหน้าปาดนํ้าตาและกล่าวว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าและท่านในฐานะกษัตริย์กับข