งคนเดินเล่นอยู่ที่ลานบ้าน บรรยากาศในเวลาพลบคํ่านั้นเงียบสงัดและงดงามอย่างมาก732
เฉินเสียนประสานนิ้วมือเข้ากับมือของเขาอย่างไม่รู้ตัว ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ เดินเข้าในเส้นทางที่สงบคดเคี้ยวนั้น เป็นช่วงเวลาที่สุขแสนสบายใจ“ร่างกายของท่านดีขึ้นบ้างหรือยัง?”เฉินเสียนถาม“ช่วงนี้ไม่ได้ทานยาแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมาก”แต่เฉินเสียนมักจะรู้สึกไม่วางใจ เมื่อพบเขาทีไรก็ถามทุกครั้งเฉินเสียนหยุดเดิน แล้วหันไปมองที่ซูเจ๋อ เธอเลิกคิ้วแล้วลูบไปที่คิ้วของเขาจึงเอ่ยว่า“แต่ทำไมข้าคิดว่าท่าน มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเลย”ซูเจ๋อพูด“อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ได้รับการพักผ่อนอย่างสงบ เลยไม่ได้ยืดเส้นยืดสายร่างกาย ”เฉินเสียนพูด“ถ้าอย่างนั้นต่อไปข้าจะเป็นเพื่อนท่านต่อยมวยเพื่อออกกำลังกาย”เธอยังถามอีกว่า “คืนนี้ท่านอยากออกไปเดินเล่นหรือไม่?ครั้งก่อนเฮ่อโยวพาอาเซี่ยนไปเดินเที่ยวเล่นตอนกลางคืน อาเซี่ยนจำได้ว่าบนท้องถนนนั้นถูกประดับเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดงตลอดทาง”“ไปเดินเล่นสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร คืนนี้เป็นวันสารทจีน บนท้องถนนนั้นคงจะคึกครึ้นน่าดู”เมื่อถึงเวลาทานอาหารเย็น สามคนพ่อแม่ลูกนั่งร่วมอยู่บนโต๊ะกินข้าวด้วยกันช่วงเวลานี้ก็ไม่ต่างอะไรกับครอบครัวคนธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ความอยากอาหารของซูเซี่ยนนั้นมากกว่าตอนที่อยู่ในวังเสียอีก ไม่ใช่เพราะว่าอาหารที่นี่รสชาติดีกว่าในวังหรอก แต่เป็นเพราะว่าได้ร่วมทานข้าวร่วมกับท่านพ่อแ