ไหมแดง จึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่าสิ่งของข้างในนั้นคืออะไรเฮ่อโยวพูด “นี่คือสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่ยึดมาได้จากพระตำหนักฉีเล่อขององค์ชายหก กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทจำเป็นจะต้องได้ทอดพระเนตรพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนแสดงสีหน้าบอกเป็นนัยให้เขาเป็นคนเปิดผ้าไหมแดงนั้นออกเฮ่อโยวค่อยๆเปิดผ้าไหมแดงออก เฉินเสียนที่นั่งเอนตัวอยู่บนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เมื่อได้เห็นของสิ่งนั้นสีหน้าก็หยุดนิ่งลง แล้วค่อยๆเปลี่ยนอริยาบทลุกขึ้นมาสิ่งของบนถาดรองนั้นก็คือมงกุฎราชินีสีเหลืองทองอร่าม หงส์สีเหลืองทองที่ประดับไปด้วยหยกและเพชรพลอยอย่างงดงามเหมือนดั่งกับมีชีวิตจริง ที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นตาขึ้นมาเฮ่อโยวกล่าว“นี่คือมงกุฎราชินีของฝ่าบาท มันได้หายไปหลังจากที่มีผู้นิรนามได้ซื้อไป คิดไม่ถึงว่าผู้นรินามที่ซื้อไปนั้นจะเป็นองค์ชายหกพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนแสดงสีหน้าออกมาอย่างสับสน พูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า“เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือเปล่า”เฮ่อโยวไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่นำมงกุฎราชินีถวายให้แล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ก็ถือว่าสิ่งนี้ได้กลับคืนสู่เจ้าของแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากนั้นไม่นานเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักก็ได้ลงนามกราบบังคมทูล ขอให้จักรพรรดินีส่งองค์ชายหกกลับเย่เหลียงไป นับแต่นี้ต่อไปก็ห้ามกลับมาเหยียบที่ต้าฉู่อีก นี่คือสิ่งที่เฉินเสียนตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกมงกุฎราชินีนั้นถูกวางไว้บนแท่นวางสองวัน โดยที่ไม่มีการขยับไปไหน724
ซูเซี