ถือว่าเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าข้าจะส่งเจ้ากลับไปอย่างมีเหตุมีผล ไม่มีอะไรติดค้างในใจต่อกัน เพียงแต่ต่อจากนี้ไปก็คงจะกลายเป็นศัตรูกับเย่เหลียงก็เท่านั้นแต่ถ้าเกิดว่าข้าให้เจ้าอยู่ในต้าฉู่ต่อไป ข้าก็จะสามารถเซ่นไหว้ด้วยอาหารดีๆแก่เจ้าได้ เพียงแต่ข้าคงจะปฏิบัติต่อเจ้าได้เป็นเพียงแค่เชลยจากเย่เหลียงก็เท่านั้นถ้าเกิดพลาดโอกาสนี้แล้วภายหน้าเจ้าอยากจะกลับเย่เหลียง ข้าก็คงจะไม่ปล่อยเจ้าไปได้ง่ายเช่นนี้ นอกเสียจากถ้าเกิดมีวันใดที่เย่เหลียงนั้นมีศักยภาพมากพอที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ที่สมนํ้าสมเนื้อของต้าฉู่ข้าได้ ”เย่ซวิ่นนั้นเงียบไป แล้วหลังจากนั้นก็พูดขึ้นว่า“โอกาส?ท่านยินยอมปล่อยข้ากลับไปหรือกระไร?”เฉินเสียนมองไปที่เขา แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า“ข้าได้รับข่าวว่าทูตของเย่เหลียงเข้าเมืองหลวงมาแล้ว คิดๆดูแล้วน่าจะมาเพื่อทวงขอเรื่องสองคูเมืองของต้าฉู่ดังนั้นเจ้ายังพอมีเวลาให้ได้คิดอีกสักหน่อย ถ้าเกิดยินยอมที่กลับก็กลับไปพร้อมกับทูตของเย่เหลียง นับตั้งแต่นี้ต่อไปก็อย่าให้ข้าได้เห็นเจ้าในต้าฉู่อีก ถ้าเกิดเจ้าไม่ยินยอมที่จะกลับ เมื่อทูตของเย่เหลียงกลับไปแล้ว ข้าก็จะส่งเจ้าให้ย้ายไปประทับอยู่ที่พระตำหนักเย็น”เย่ซวิ่นยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ความหมายของฝ่าบาทคือให้ข้าได้เลือกเองใช่หรือไม่?ถ้าเกิดข้าทำตามอย่างที่ฝ่าบาทวางเอาไว้ ข้าก็คงจะกลายเป็นเชลยอย่างแท้จริงแล้วยังจะต้องมาทำตามที่ท่านต้องการอีก”เฉินเสียนหัวเราะแล้ว