งแค่เลือกสถานการณ์และความขัดแย้ง เขาก็จะกลับคือสู่ตัวตนที่แท้จริงทันที สิ่งที่บรรดาขุนนางทนไม่ได้ในตัวเขาคืออะไรหรือ?”เฉินเสียนพูดขึ้นทันทีว่า “พยายามขัดขวางต้าฉู่”ซูเจ๋อยกมุมริมฝีปากของเขาและพูดอย่างสบาย ๆ “ต้องเบี่ยงเบนความสนใจของความขัดแย้งและบรรดาขุนนางอย่างเหมาะสม จะได้ไม่ต้องมัวแต่คอยจับผิดเรื่องของข้าและท่านไม่ปล่อย”เฉินเสียนมองเขาด้วยดวงตาที่ชัดเจนและหรี่ตาด้วยรอยยิ้มซูเจ๋อดูมีความสุขและกล่าวว่า “ไหนบอกว่าสายแล้ว ยังไม่รีบกินอีก”เฉินเสียนกล่าวว่า “จู่ ๆ ข้าก็ไม่รีบร้อน ข้าสามารถใช้สิทธิพิเศษในการเป็นกษัตริย์บ้าง เพื่อให้คนแก่เหล่านั้นรอ”ซูเจ๋อยิ้มและกล่าวว่า “เป็นแบบนี้ก็ดี ท่านเป็นกษัตริย์ พวกเขาเป็นแค่ขุนนางอย่าสนใจแต่ความงี่เง่าของพวกเขา ต้องใช้งานพวกเขาบ้าง”ในเวลารับประทานอาหารเช้า พ่อบ้านได้เตรียมรถม้าไว้แล้ว และซูเจ๋อก็เตรียมการไว้แล้วว่าจะส่งเฉินเสียนกลับไปที่วังหลวงครู่ต่อมา พ่อบ้านก็กลับมาและกล่าวว่า “ฝ่าบาท ใต้เท้า ท่านแม่ทัพฉินมาแล้วบอกว่ามารับฝ่าบาทกลับวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”ฉินหรูเหลียงเข้ามาที่ห้องอาหารและเห็นเฉินเสียนและซูเจ๋อรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน เขาไม่มีอารมณ์แปรปรวนใด ๆ เป็นพิเศษ และเขาถามเพียงว่า “ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเข้าเฝ้าช่วงเช้าแล้ว ฝ่าบาทจะเสด็จกลับไหมพ่ะย่ะค่ะ?”682
เฉินเสียนวางช้อนข้าวต้มลงและกล่าวว่า “กลับสิ”ซูเจ๋อถาม “ท่านแม่ทัพฉินท