าเขาก็ตื่นทันที ก่อนจะลุกขึ้นคลุมเสื้อไปเปิดประตูดู แล้วก็เห็นฉินหรูเหลียงยืนอยู่ใต้หมู่ดาวฉินหรูเหลียงเอ่ยปากพูดเสียงท้◌ุมตํ่า “ไปดูนางเถอะ นางอยู่ประตูหลังจวนของท่าน นางเกรงว่าเคาะประตูแล้วจะทำให้รบกวนการพักผ่อนของท่าน อย่างไรเสียตอนนี้ท่านถูกข้าปลุกให้ตื่นแล้วนี่”ฉินหรูเหลียงกล่าวประโยคท้ายเสร็จ ซูเจ๋อก็ไม่ได้อยู่ในจวนแล้ว ฉินหรูเหลียงเห็นอาภรณ์ขาวนวลของซูเจ๋อหายลับไปจากสายตา ทันใดนั้นเขารู้สึกอย่างแปลกประหลาดว่าเหมือนเขาจะรักรันทดกว่าตนเสียอีกฉินหรูเหลียงรักแต่ไม่อาจครอบครอง ซึ่งกลายเป็นบทสรุปแล้ว ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไขว่คว้าอีก ส่วนซูเจ๋อ ทั้งๆที่เขากับเฉินเสียนมีใจต่อกัน ทว่าระหว่างพวกเขามีแว่นแคว้นต้าฉู่ขัดกั้น แค่ประสงค์จะดิ้นรนเสียหน่อยก็ถูกนํ้าหนักของแผ่นดินต้าฉู่ถาโถมจนหายใจไม่สะดวกเมื่อคิดได้ดังนี้ หัวใจก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเฉินเสียนยืนอยู่หน้าประตูจวนของซูเจ๋อสักพัก นิ้วมือลูบไล้ลวดลายบานประตูที่หยาบกระด้าง สุดท้ายเธอก็กำหมัดอย่างไร้เรี่ยวแรง พูดเองเอยเองว่า “ช่างเถอะ วันหลังค่อยมาแล้วกัน”เฉินเสียนถอยหลังเตรียมจะหันหลังจากไป ทันใดนั้นประตูบานนี้กลับขยับแผ่แสงอันอบอ่◌ุนออกมาจากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านในดังขึ้นเฉินเสียนกะพริบตารัวๆ มองบุรุษที่ปรากฏกายกะทันหัน ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดหัวใจกลับรู้สึกเจ็บเล็กน้อยและสิ่งที่มากกว่านี้ก็คือหัวใจที่เต้นตึกตักอย่างรัวแรง661